วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTTGC - ซื้อ

คาดกำไรสุทธิ 2Q57 อ่อนตัว QoQ จากการด้อยค่าของสินทรัพย์

เราคาดกำไรสุทธิ 2Q57 ถูกกดดันจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ในบริษัทย่อย อย่างไรก็ดี กำไรจากการดำเนินงานยังฟื้นตัวทั้ง QoQ และ YoY ด้วยแรงหนุนของระดับการผลิตที่เพิ่มขึ้นของสารโอเลฟินส์/เม็ดพลาสติก ปริมาณการกลั่นน้ำมันที่ดีขึ้น และมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน พร้อมกันนี้ เราคาดว่าผลประกอบการในช่วง 2H57 มีแนวโน้มขยายตัว HoH ด้วยแรงหนุนของธุรกิจปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์ตามระดับการผลิตที่เพิ่มขึ้นและส่วนต่างราคาที่แข็งแกร่งตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ราคาหุ้นปัจจุบันมีความน่าสนใจทั้งในเชิงมูลค่า (8.8xP/E’57) และผลตอบแทนเงินปันผล (5.1% ปี 57) อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นในระยะสั้นมีโอกาสถูกกดดันจากความไม่ชัดเจนของแผนการปรับโครงสร้างพลังงานที่อาจมีผลต่อประมาณการผลประกอบการ

คาดกำไรสุทธิ 2Q57 ลดลง 3%QoQ เพิ่มขึ้น 47%YoY

เราคาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q57 เท่ากับ 6.12 พันล้านบาท (-3%QoQ, +47%YoY) หากไม่รวมการบันทึกด้อยค่าของสินทรัพย์ในบริษัท Vencorex Holding (ถือหุ้น 51%) จำนวน 1.2 พันล้านบาท กำไรจากการดำเนินงานฟื้นตัวขึ้นเป็น 7.27 พันล้านบาท (+20%QoQ, +22%YoY)

- ธุรกิจปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์ ผลประกอบการฟื้นตัวตามระดับการผลิตสารโอเลฟินส์ที่เพิ่มเป็น 91% เทียบกับ 77% ใน 1Q57 และ 93% ใน 2Q56 เช่นเดียวกับระดับการผลิตเม็ดพลาสติกเพิ่มเป็น 106% เทียบกับ 99% ใน 1Q57 และ 90% ใน 2Q56 รวมถึงระดับการผลิตสาร MEG กลับสู่ระดับปกติเป็น 99% เทียบกับ 65% ใน 1Q57 และ 100% ใน 2Q56 เนื่องจากไม่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงงานและปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ได้รับจาก PTT เพิ่มขึ้นหลังโรงแยกก๊าซแห่งที่ 5 มีระดับการผลิตปกติตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบยังทรงตัวในระดับสูง อาทิ เอทิลีน-แนฟทา US$496/ตัน (-2%QoQ, +122%YoY) และ HDPE-แนฟทา US$618/ตัน (-0.2%QoQ, +106%YoY)

- ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ผลประกอบการดีขึ้นจากระดับการกลั่นที่สูงขึ้นเป็น 103% เทียบกับ 101% ใน 1Q57 และ 63% ใน 2Q56 เนื่องจากการกลั่นเพื่อชดเชยโรงกลั่น BCP และ TOP ที่ปิดซ่อมบำรุงใน 2Q57 รวมถึงค่าการกลั่นพื้นฐานที่อยู่ในระดับสูง US$4.5/บาร์เรล เท่ากับ 1Q57 และดีกว่า US$2.38/บาร์เรล ใน 2Q56 พร้อมกับมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันรวม US$2.4/บาร์เรล เทียบกับขาดทุน US$0.4/บาร์เรล ใน 1Q57 และขาดทุน US$1.7/บาร์เรล ใน 2Q56

- ธุรกิจปิโตรเคมีสายอะโรเมติกส์ ผลประกอบการหดตัวตามระดับการผลิตที่ลดลงเหลือ 89% เทียบกับ 91% ใน 1Q57 และ 84% ใน 2Q56 รวมถึงการอ่อนตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ คือ พาราไซลีน-คอนเดนเสท US$335/ตัน (-9%QoQ, -41%YoY) และ เบนซีน-คอนเดนเสท US$369/ตัน (-3%QoQ, -11%YoY) ตามการเพิ่มขึ้นของอุปทานในอุตสาหกรรม เป็นผลให้ Product to Feed margin หดตัวเหลือเพียง US$83/ตัน (-50%QoQ, -74%YoY)

ผลประกอบการ 2H57 มีแนวโน้มฟื้นตัว HoH

เรายังประมาณการกำไรสุทธิปี 57 เท่ากับ 3.43 หมื่นล้านบาท (+3%YoY) ทั้งนี้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายการบันทึกด้อยค่าของสินทรัพย์ในบริษัท Vencorex Holding (คิดเป็น 3% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี) ไว้ในประมาณการ เราคาดว่าผลประกอบการ 2H57 มีแนวโน้มขยายตัว HoH เมื่อเทียบกับคาดการณ์กำไรสุทธิ 1H57 จำนวน 1.24 หมื่นล้านบาท (คิดเป็น 36% ของประมาณการทั้งปี) ได้แรงหนุนจาก 1) ระดับการผลิตสารโอเลฟินส์และเม็ดพลาสติกเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ 1H57 เนื่องจากปิดซ่อมบำรุงโรงโอเลฟินส์ I-1 และโรงโอเลฟินส์ I-4/1 ใน 1Q57 2) วัตถุดิบสำหรับการผลิตสารโอเลฟินส์กลับสู่ระดับปกติหลังโรงแยกก๊าซแห่งที่ 5 ของ PTT เดินเครื่องผลิตเต็มที่ (เดิมผลิตในอัตรา 50% เนื่องจากอุบัติเหตุฟ้าผ่าเดือน ส.ค. 56) และ 3) ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์มีแนวโน้มแข็งแกร่งตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ธุรกิจโรงปิโตรเคมีสายอะโรเมติกส์ยังมีโอกาสถูกกดดันจากกำลังการผลิตสารพาราไซลีนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค รวมถึงธุรกิจโรงกลั่นอาจมีกำไรสต๊อกน้ำมันลดลงหลังจากราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นมากในช่วง 2Q57 ที่ผ่านมา

คงคำแนะนำ “ซื้อ” น่าสนใจในเชิงมูลค่าและผลตอบแทนเงินปันผล

นอกจากแรงหนุนด้านผลประกอบการที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วง 2H57 เราคาดว่า PTTGC ยังมีความน่าสนใจในเชิงมูลค่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับเพียง 8.8xP/E’57 ถูกกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 4 ปีที่ 11.1x และค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 15.4x รวมถึงให้ผลตอบแทนเงินปันผลกว่า 5.1% ในปี 57 คงคำแนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 89.50 บาท (DCF, WACC 10%, Terminal growth rate 2%) ความเสี่ยง: ราคาหุ้นในระยะสั้นมีโอกาสถูกกดดันจากความไม่ชัดเจนของแผนการปรับโครงสร้างพลังงาน โดยหากมีการลอยตัวราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ที่ใช้เป็นวัตถุดิบของบริษัท จากราคา US$550/ตัน ให้เป็นราคาตลาดโลกที่ US$900/ตัน อาจส่งผลกระทบต่อ EBITDA ประมาณ 10%

-------------------------------------------------

ที่มา....บล.กรุงศรี