กำไรครึ่งปี 57 เติบโต 8%YoY ยังคงประมาณการเดิมที่โต 7%
ระเด็นสำคัญในการลงทุน :
-แจ้งกำไร 2Q57 เติบโต 16%YoY และ 12%QoQ กำไรครึ่งปีเติบโต 8% : SCB แจ้งกำไร 2Q57 เท่ากับ 1.47 หมื่นล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้น 16%YoY และ 12%QoQ ที่ดีกว่าคาด 8% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโตดีกว่าคาดแม้ว่าสินเชื่อหดตัว 0.1%YTD แต่เนื่องจากต้นทุนเงินฝากลดลงมากส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ(NIM) ปรับดีขึ้นเป็น 3.35% จากระดับ 3.21% ในไตรมาสแรกปี 57 และ 3.12% ใน 2Q56 ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตดีมากการขายเงินลงทุนใน บมจ.ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย (SCSMG) มูลค่า 2.2 พันล้านบาท ทั้งนี้ธนาคารยังตั้งสำรองหนี้สูญในระดับใกล้ เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าผิดจากที่ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะตั้งเพิ่ม ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ลดลงเหลือ 35% จาก 38% ใน 2Q56 และ 35.7% ใน 1Q57 กำไรครึ่งแรกของปี 57 เท่ากับ 2.8 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 8%YoY คิดเป็น 52% ของประมาณการทั้งปีที่ 5.4 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 7% จากปี 56 เบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการตามเดิมเนื่องจากคาดว่าจะเห็นการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลังของปี
-สินเชื่อครึ่งปี 57 หดตัว 0.1% จากปลายปี 56 ซึ่งคาดจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี : ปลายเดือนมิ.ย. 57 มียอดสินเชื่อหดตัว 0.1% จากปลายปี 56 เทียบกับเป้าเติบโตทั้งปี 5-7% โดยกลุ่มสินเชื่อที่ยังเติบโตอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเคหะ ส่วนกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อบัตรเครดิตยังหดตัว ทั้งนี้ผู้บริหารยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ที่ 6% เท่ากับสมมติฐานของฝ่ายวิจัยโดยเชื่อว่าการปล่อยสินเชื่อจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีหลังสถานการณ์ทางเมืองคลี่คลาย ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับดีขึ้น และการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลของสินเชื่อที่อยู่อาศัย ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังดี การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่ปรับดีขึ้นปลาย 2Q57 ทำให้ระดับการตั้งสำรองลดลงมากกว่าคาด โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2.11% เพิ่มขึ้นจาก 2.07% ณ มิ.ย.56 แต่ลดลงจาก 2.14% ณ ธ.ค. 56 โดยมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเท่ากับ 141% ลดลงจาก 145% ณ ปลายมิ.ย.56 และ 151% ณ ปลายธ.ค.56
-คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 58 ที่ 228 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ SCB ยังดีจากการเป็นแบงก์ขนาดใหญ่และกลยุทธ์การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสินเชื่อผู้ประกอบการSME ที่สนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 16.3% เงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 12.9% ฝ่ายวิจัยได้ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 2.4 เท่าและ Ke 10% ได้เท่ากับ 228 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”








