กำไรกำลังเข้าสู่แนวโน้มขาลง
คาดกำไรสุทธิ 2Q57 อ่อนตัว
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q57 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท ลดลง 17% QoQ แม้ว่า TOP จะยังคงมีกำไรจาก Hedging Gain กว่า 600 ล้านบาทใกล้เคียง 1Q57 และมีผลต่างของ Stock จะกลับมาเป็นกำไรในไตรมาสนี้กว่า 760 ล้านบาท สาเหตุที่กำไรอ่อนตัวลงเป็นผลจากกำลังผลิตลดลง 11% QoQ รวมถึงอัตราการทำกำไร (Margin) ของธุรกิจการกลั่นลดลง 14% QoQ และธุรกิจปิโตรเคมีลดลง 19% ใน 1Q57 รวมทั้ง TOP มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงจาก 1Q57 ที่รับรู้กำไรมากถึง 692 ล้านบาท
กำไรจากโรงกลั่นถูกกดดันจากค่าการกลั่นและกำลังกลั่นที่ลดลง
กำไรจากธุรกิจปกติของ TOP ใน 2Q57 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก (1) กำลังผลิตที่ลดลงตามแผนการหยุดซ่อม โดยบริษัทมีกำลังกลั่นเหลีอเพียง 94% (1Q57 อยู่ที่ 105%) ส่งผลกระทบต่อกำลังผลิตของ TPX เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตส่วนมากมาจากโรงกลั่น (2) ค่าการกลั่นเริ่มอ่อนตัวลงโดยเฉพาะในช่วงปลายไตรมาส จากปริมาณสำรองนํ้ามันดีเซลที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งการส่งออกนํ้ามันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีน ทำให้เราคาดว่าค่าการกลั่นพื้นฐาน 2Q57 อยู่ที่ 4.4 เหรียญต่อบาร์เรล (1Q57 อยู่ที่ 5.1 เหรียญต่อบาร์เรล) และ (3) ส่วนต่างราคาพาราไซลีนลดลงจากกำลังผลิตใหม่ที่ทยอยเพิ่มขึ้นกว่า 4 ล้านตัน (คิดเป็น 12% ของกำลังผลิตในภูมิภาค) ทำให้ส่วนต่างราคาพาราไซลีนใน 2Q57 อยู่ที่ 221 หรียญต่อตัน ลดลง 19% QoQ
แนวโน้มกำไรขาลง คาด 3Q57 อ่อนตัวต่อเนื่อง
หากประมาณการของเราถูกต้อง กำไรสุทธิในช่วง 1H57 จะคิดเป็น 60% ของประมาณการทั้งปี โดยเราคาดว่าใน 3Q57 มีแนวโน้มอ่อนแอจากกำลังกลั่นที่ลดลงจากแผนหยุดซ่อมโรงกลั่น (ใช้เวลา 55 วัน เริ่มกลาง มิ.ย.) ขณะที่ค่าการกลั่นยังลดลงเนื่องจากกำลังจะหมดช่วง Driving Season ในสหรัฐฯก่อนที่ความต้องการใช้นํ้ามันจะกลับอีกครั้งในช่วงปลายปีเมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว และบริษัท TPX ยังมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน แม้ส่วนต่างราคาพาราไซลีน (Px-ULG95) ปรับเพิ่มตามคาด แต่ยังมีความเสี่ยงจากกำลังผลิตใหม่ที่เข้ามาเพิ่มอีก 4 ล้านตันใน 2H57 และความเสี่ยงจากการรับรู้ Stock Gain ลดลงจากแนวโน้มราคานํ้ามันดิบที่คาดว่าจะผันผวนลดลง
ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” เชื่อความเสี่ยงต่อราคาหุ้นเริ่มจำกัด
ก่อนหน้านี้เราแนะนำซื้อเก็งกำไรจากประเด็นการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาพาราไซลีน แต่เราเชื่อว่าจากนี้ราคาหุ้นจะมีโอกาสตอบรับเชิงลบต่อแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q57 – 3Q57 ที่ลดลง และจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q57 จากความพร้อมด้านการผลิต และความต้องการใช้พาราไซลีนที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ผลิต Polyester ตามฤดูกาล ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ PER ที่ 11.7 เท่า ยังตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยธุรกิจการกลั่นในภูมิภาคที่ 13 เท่า สะท้อนแนวโน้มกำไรสุทธิที่อ่อนแอ ขณะที่เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ไว้ที่ 9.1 พันล้านบาท เช่นเดิม ทำให้เรามั่นใจว่า TOP จะยังสามารถจ่ายเงินปันผลที่ให้ผลตอบแทน 4% ทำให้ Down side ของราคาหุ้นเริ่มจำกัด ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”









