วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KBANK - ซื้อ

ปรับประมาณการกำไรปี 57 เพิ่มขึ้น 6% และ 9% ในปี 58

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

-แจ้งกำไร 2Q57 เพิ่มขึ้น 7%YoYแต่ลดลง 2%QoQ กำไรครึ่งปีโต 12% : ในช่วง 2Q57 มีกำไรสุทธิ 1.17 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 7%YoY แต่ลดลง 2%QoQ ดีกว่าที่คาด 9% เนื่องจากต้นทุนการเงินต่ำกว่าคาดและเบี้ยประกันภัยรับเติบโตดีมากสูงกว่าคาด โดยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับดีขึ้นเป็น 3.75% จาก 3.61% ในไตรมาสแรกและ 3.52% ใน 2Q56 ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) เพิ่มขึ้นสู่ 44.3% จาก 40% ในไตรมาสแรกและ 43% ใน 2Q56 กำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 57 เท่ากับ 2.37 หมื่นล้านบาทเติบโต 12%YoY โดยคิดเป็น 54% ของประมาณการทั้งปีที่ 4.4 หมื่นล้านบาท

-ปรับประมาณการกำไรปี 57 เพิ่มขึ้น 6% และ 9% ในปี 58 : ผลประกอบการครึ่งปีที่ดีกว่าคาดจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับและ NIM ที่ปรับดีขึ้นตามต้นทุนการเงินที่ลดลง ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยปรับสมมติฐานการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับเป็น 35% จากเดิม 15% ซึ่งส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 57 เพิ่มขึ้น 6% จากเดิม 4.4 หมื่นล้านบาทเป็น 4.6 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 12% โดยกำไรครึ่งปีแรกคิดเป็น 51% ของประมาณการกำไรใหม่ สำหรับประมาณการกำไรปี 58 ปรับขึ้น 9% เป็น 5.2 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 12%

-สินเชื่อปลาย 2Q57 เติบโต 2.3%YTD คุณภาพสินทรัพย์ยังดี : ปลายเดือนมิ.ย. 57 สินเชื่อเติบโต 2.3%YTD 56 เร่งตัวขึ้นจากปลายไตรมาสแรกที่เติบโตเพียง 0.79%YTD จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ สินเพื่อเพื่อการพาณิชย์ สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบัตรเครดิต คุณภาพสินทรัพย์ยังไม่น่าเป็นห่วงจากการติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามโรดแมพของคสช.และปัจจัยในเรื่องฤดูกาลจะทำให้การปล่อยสินเชื่อเร่งตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีและน่าจะทำได้ใกล้เคียงสมมติฐานที่ระดับ 7.5%

-คงคำแนะนำ“ซื้อ” ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ที่ 268 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ KBANK ยังแข็งแกร่งจากการแบงก์ขนาดใหญ่ที่มีพอร์ตสินเชื่อกระจายตัวดีและมีประสิทธิภาพในการบริหารหนี้ที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้ผลประกอบการยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ด้านฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งจากที่มีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ Basel III ที่ 16.1% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 12.9% ฝ่ายวิจัยได้ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 2.1 เท่าและ Ke ที่ 10.8% ได้เท่ากับ 268 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”