กำไรไตรมาส 2/57 ต่ำกว่าประมาณการเล็กน้อย
กำไรในไตรมาส 2/57 หดตัวลงจากค่าคอมมิชชั่นที่เพิ่มขึ้น
THREL รายงานกำไรไตรมาส 2/57 ที่ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY แต่ลดลง 19% QoQ ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเรา 9% โดยมีสาเหตุมาจากค่าคอมมิชชั่นที่สูงกว่าคาด กำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ปรับเพิ่มขึ้น 9% YoY เป็น 201 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 45% ของประมาณการปี 2557 ของเรา
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
รายได้จากเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น 17% YoY และ 5% QoQ เป็น 374 ล้านบาท หนุนโดยยอดขายสินค้าที่ร่วมพัฒนากับเมืองไทยประกันชีวิต สังเกตว่ารายได้เบี้ยประกันจากสิ้นค้าที่ร่วมพัฒนาฯเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 136% YoY และ 72% QoQ เป็น 124 ล้านบาท ในขณะที่รายได้เบี้ยประกันสิ้นค้าดั้งเดิมลดลง 7% YoY และ 13% QoQ บริษัทตั้งสำรองประกันภัยและค่าสินไหมสุทธิในไตรมาส 2/57 ที่ 194 ล้านบาท คิดเป็น 46.7% ของเบี้ยประกันรับรวม (คงที่ YoY แต่เพิ่มขึ้นจาก 30.4% ในไตรมาส 1/57 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลต่ออายุสัญญา) อัตราค่าบำเหน็จต่อเบี้ยรับปรับขึ้นเป็น 35.9% ในไตรมาสนี้จาก 33.2% ในไตรมาส 1/57 และจาก 25.6% ในไตรมาส 2/56 ส่งผลให้ THREP มีสัดส่วนต้นทุนต่อเบี้ยประกันภัยรับรวม (Combined ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 70.7% จาก 63.5% ในไตรมาส 1/57 (แต่ลดลงจาก 72.1% ในไตรมาส 2/56 เนื่องจากอัตราสินไหมทดแทนต่ำลง)
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในไตรมาส 2/57 อยู่ที่ 3.4% (ทรงตัว QoQ) ) เป็นไปในทิศทางเดียวกับทิศทางตลาดเงินและตลาดหุ้นไทย รายได้จากการลงทุนอยู่ที่ 15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY เนื่องมาจากการขยายสินทรัพย์ลงทุนมากขึ้นและกำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้นที่สูงขึ้น
แนวโน้ม
เราคาด THREL จะประกาศรายได้เบี้ยประกันสุทธิโตขึ้นแข็งแกร่ง YoY ในไตรมาส 3/57 หนุนโดยปัจจัยทางฤดูกาล (โดยปกติแล้วลูกค้าจะทำประกันต่อ หรือซื้อประกันภัยใหม่ซึ่งจะอยู่ในระดับสูงในช่วงไตรมาสที่ 2-3) ยอดขายสินค้าที่ร่วมพัฒนาฯคาดจะเติบโตดีขึ้นตลอดทั้งปี
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราคงประมาณการกำไรสำปรับปี 2557 และ 2558 ที่ 450 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18% YoY) และ 510 ล้านบาท (13% YoY) ตามลำดับ
คำแนะนำ
แนวโน้มกำไรระยะยาวของ THREL ยังคงสดใส เราเห็นโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเราจากอัตราสินไหมทดแทนที่ต่ำลง และ/หรือ รายได้จากเบี้ยประกันที่สูงกว่าสมมติฐาน อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น THREL ที่ 15.6 บาทต่อหุ้นได้สะท้อนมูลค่าที่สูงมากกว่าราคาเป้าหมายของเรา ซึ่งเราคาดไว้ที่เพียง 13.6 บาทต่อหุ้น [คิดจากการประเมินมูลค่าธุรกิจ (embedded value) ที่ 3.41 บาท รวมกับมูลค่าการสร้างธุรกิจใหม่ (VNB) ที่ 10.23 บาท]
เรายังคงคำแนะนำ ถือ และ ณ ตอนนี้เรามองว่า BLA มีสัดส่วนความเสี่ยงต่ออัตราผลตอบแทนที่ดีกว่า เราจะเข้าร่วมประชุมกับ THREL ในสัปดาห์หน้าที่ ฮ่องกงและสิงคโปร์









