วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เรือด่วนเจ้าพระยา'โหมพัฒนาทัวร์ทางน้ำ

"เรือด่วนเจ้าพระยา"เปิดแผนศึกษาเส้นทางนำเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา ยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้ำเมืองกรุง

นางสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทมีแผนพัฒนาและยกระดับเส้นทางการคมนาคมทางเส้นทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งบริษัทเป็นผู้ดำเนินการเพียงรายเดียว โดยว่าจ้างบริษัท แคร์ริส คอนเซ้าท์ติ้ง(Claris Consulting) จากต่างประเทศมาศึกษาเส้นทางในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมพัฒนารูปแบบการบริการตอบสนองผู้ใช้บริการทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ

ทั้งนี้ ประเมินว่าในอนาคตจำนวนผู้ใช้บริการเรือโดยสารจะลดลงตามการพัฒนาขยายตัวของเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญทางบก โดยแคร์ริสแนะนำให้พัฒนาบริการด้านการท่องเที่ยวทางน้ำ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ

ดังนั้นเรือด่วนเจ้าพระยาจึงมีแผนพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ริมน้ำที่มีอยู่ให้เติบโตในอนาคต

ปัจจุบันมีผู้โดยสารเรือด่วนเจ้าพระยา 40,000 คนต่อวัน เรือข้ามฟาก 30,000 คนต่อวัน เเต่หลังจากภาครัฐมุ่งพัฒนาการเดินทางทางบกมากขึ้น ทำให้การคมนาคมทางน้ำถูกลดความสำคัญลง

นางสุภาพรรณ กล่าวว่ามีความสนใจจะพัฒนาเส้นทางน้ำเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟฟ้าที่กำลังขยายเส้นทางต่อเนื่อง โดยจะเสนอแผนกับกระทรวงคมนาคม มองว่าสถานีรถไฟฟ้าบางโพและพระนั่งเกล้า สามารถทำให้เป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางบกและทางน้ำได้ เช่นเดียวกับสถานีสะพานตากสิน

นอกจากนี้มีแผนลงทุนต่อเรือท่องเที่ยวใหม่สำหรับล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาด 200 ที่นั่ง ลงทุน 70 ล้านบาท เพื่อรองรับกลุ่มทัวร์ โดยจะยื่นเสนอขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ

"แนวคิดการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวและสัญจรทางน้ำ รวมทั้งการต่อเรือใหม่ เพราะต้องการให้ความร่วมมือกับภาครัฐ สร้างเอกลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวทางน้ำ เช่นเดียวกับประเทศอื่นที่มีชื่อเสียงด้านนี้ อย่าง อิตาลี ออสเตรเลีย ที่มีเรือท่องเที่ยวเป็นเอกลักษณ์ และไทยเคยได้ชื่อว่าเป็นเวนิชตะวันออก" นางสุภาพรรณ กล่าว

สำหรับธุรกิจเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา ที่เป็นธุรกิจเดิมของบริษัทเกือบ 100 ปี จะรีโนเวทเรือใหม่ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะใช้บริการมากขึ้นในอนาคตตามการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ริมน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีการเปิดจำหน่ายตั๋วท่องเที่ยวในราคา 150 บาท ใช้บริการขึ้นลงได้ทุกท่าตลอดวัน และเส้นทางทัวร์ 9 วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทัวร์เกราะเกร็ด เป็นต้น ปัจจุบันมีบริการเรือข้ามฟาก 8 ท่า จำนวน 12 ลำ และบริการเรือด่วน 35 ท่า จำนวน 65 ลำ

ทางด้านสัดส่วนรายได้มาจาก ธุรกิจคมนาคมทางน้ำ(เดินเรือ) 50% ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหาร 10-15% และที่เหลือจากธุรกิจอื่นๆ เช่น รีเทล ขณะนี้ยังไม่มีรายได้โดยกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการท่ามหาราช หลังเปิดให้บริการคาดปีแรกทำรายได้ 80 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาทในปีต่อไป คาดทั้งกลุ่มทำรายได้รวมปีนี้ 500 ล้านบาท

ปัจจุบันเรือด่วนเจ้าพระยาได้รับการติดต่อจากผู้ประกอบการในพม่า เพื่อให้เข้าไปช่วยพัฒนาเส้นทางน้ำในแม่น้ำอิระวดี เช่นเดียวกับเวียดนาม ที่มีแผนพัฒนาการท่องเที่ยวทางน้ำ นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการจากไนจีเรีย ที่ต้องการให้บริษัทเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้วยเช่นกัน แต่บริษัทยังไม่พร้อมทางด้านบุคลากรในการขยายธุรกิจต่างประเทศ