วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลังงานชงเอฟไอทีรายปี ส่งกพช.พิจารณาก.ค.57

"พลังงาน"เร่งสรุปการส่งเสริมพลังงานทดแทนทุกชนิด เข้ากพช.ปลายเดือนก.ค.2557

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานได้เร่งรัดการจัดทำแนวทางการกำหนดอัตราเงินสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตามต้นทุนที่แท้จริง หรือ เอฟไอที (FIT- feed in tariff ) ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธาน ในช่วงปลายเดือนก.ค. 2557 นี้

สำหรับอัตราเอฟไอทีที่จะประกาศใช้แทนระบบ “การให้เงินส่วนเพิ่มรับซื้อไฟฟ้า”(แอดเดอร์)นั้น เบื้องต้นได้ศึกษาเสร็จแล้ว โดยกำหนดอัตราเอฟไอทีสำหรับการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่(โซลาร์ฟาร์ม) ในอัตรา 6 บาทต่อหน่วย การผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป) อัตรา 6.16-6.96 บาทต่อหน่วย, โรงไฟฟ้าชีวมวล อัตรา 3.80-5.45 บาทต่อหน่วย, โรงไฟฟ้าขยะ 4.35-6 บาทต่อหน่วย,โรงไฟฟ้าไบโอแก๊ส 1.65-3.55 บาทต่อหน่วย,โรงไฟฟ้าพลังงานลม อัตรา 6-13.55 บาทต่อหน่วย และโรงไฟฟ้าหญ้าเนเปียร์ 5.40 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตามอัตราดังกล่าวจะต้องรอให้ กพช.พิจารณาเห็นชอบก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ได้

ทั้งนี้ระบบฟีทอินทารีฟ ดังกล่าวจะปรับเปลี่ยนมาใช้รูปแบบการออกประกาศอัตราประกาศประจำปีแทนการใช้อัตราเดียวตลอด 25 ปี เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตพลังงานทดแทนมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ดังนั้นเพื่อให้อัตราเอฟไอที สอดคล้องกับต้นทุนและผู้ประกอบการได้ผลตอบแทนที่เหมาะสมไม่มากเกินไป จึงต้องมีการทบทวนเป็นรายปี

“จะเห็นได้ว่าอัตราเอฟไอทีที่ประกาศใหม่นั้นผู้ผลิตรายเล็กจะได้รับการสนับสนุนเงินเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องการเน้นสนับสนุนโรงไฟฟ้าระดับชุมชนเป็นหลักเหมือนในอดีตที่ผ่านมา และระบบการคิดอัตราเอฟไอที แบบที่ต้องทบทวนทุกปีนั้นจะมีผลดี ไม่ให้ผู้ประกอบการได้กำไรเกินควร และป้องกันไม่ให้เกิดการ ระดมผลิตไฟฟ้าจนเกิดปัญหาไฟฟ้าล้นระบบสายส่ง ” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ในอนาคตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจะปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่หมดทั่วประเทศ โดยการกำหนดพื้นที่การผลิตไฟฟ้าแต่ละชนิด (โซนนิ่ง) ขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมและการผลิตไฟล้นระบบ พร้อมกันนี้จะต้องสอดคล้องกับระบบสายส่งไฟฟ้าด้วย ดังนั้นนอกจากจะมีการกำหนดโซนนิ่งผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแล้ว จะมีการกำหนดปริมาณไฟฟ้าที่จะให้ผลิตด้วยว่าจำนวนเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการระดมผลิตมากเกินความจำเป็น

ดังนั้นการกำหนดให้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน จะต้องทำงานประสานกันระหว่างกระทรวงพลังงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)หรือเรกูเลเตอร์ รวมทั้งกฟผ. เพื่อให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับอัตราเอฟไอที โซนนิ่งและปริมาณรับซื้อไฟฟ้า ซึ่งจะประกาศเป็นรายปีต่อไป

ส่วนการกำหนดโซนนิ่งผลิตโซลาร์ฟาร์มนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)และ กฟผ. ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่เบื้องต้นอาจมีการปรับเปลี่ยนขนาดของโซลาร์ฟาร์มให้มีขนาดเล็กลง ส่วนในสัปดาห์นี้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) พร้อมด้วย กฟผ. พพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือเพื่อข้อสรุปเรื่องโซนนิ่งและปริมาณการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนต่อไป

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า นอกจากเรื่องเอฟไอทีแล้ว ปลัดกระทรวงพลังงานยังได้เร่งศึกษาข้อมูลแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ(พีดีพี) ฉบับใหม่ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะไม่สามารถนำเสนอต่อที่ประชุม กพช.ในรอบนี้ได้ทัน หากมีการนำเสนอจะเป็นเพียงกรอบกว้างๆ เท่านั้น