นอมินีต่างชาติเพิ่มสัดส่วนถือครองหุ้นทรู ดันราคาสูงสุดในรอบ 9 ปี ขณะที่ "วิชัย วชิรพงศ์" เทขายเกลี้ยงพอร์ต
จากการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น (TRUE) ช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เทียบกับก.ค.นี้ พบว่ามีนอมินีต่างชาติ เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นหลายแห่ง ประกอบด้วย เอชเอสบีซี (สิงคโปร์) นอมินี พีทีอี ล่าสุดถือหุ้น 134.13 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.92% จากเดิมไม่เคยถือลงทุน สเตรทสตรีท แบงก์ ยุโรป ถือ 72.74 ล้านหุ้นคิดเป็น 0.5% จากเดิมไม่เคยถือลงทุน และยูโอบี เคย์ เฮียน (ฮ่องกง) ถือ 483.06 ล้านหุ้นคิดเป็น 3.32 %จากเดิมเคยถือครอง 170.71 ล้านหุ้นคิดเป็น 1.17%
ทั้งนี้ ยังพบว่า นายวิชัย วชิรพงศ์ หรือเสี่ยยักษ์ ไม่ปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้น จากเดิมเคยถือครองสูงถึง 203.13 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.4% หากนำมาคำนวณมูลค่ารายการที่ขายในครั้งนี้ โดยคิดจากราคาเฉลี่ยหุ้นทรูช่วงเดือนมี.ค.-ก.ค.พบว่าราคาหุ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 7.91 บาทต่อหุ้น ดังนั้นพบว่ามูลค่ารายการเมื่อบุคคลดังกล่าวขายหุ้นจะคิดเป็น 1.60 พันล้านบาท
สำหรับการเคลื่อนไวราคาหุ้นทรูคอร์ปอเรชั่น พบว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทำสถิติสูงสุดในรอบ 9 ปีที่ระดับราคา 12.80 บาท
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า การที่นักลงทุนรายใหญ่ขายหุ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่ทรูอยู่ระหว่างการประกาศเพิ่มทุน และคาดว่าบุคคลดังกล่าว อาจไม่ต้องใช้สิทธิเพิ่มทุน หรือไม่ต้องการได้รับผลกระทบจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ จึงเทขายหุ้นออกมา
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นทรูยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะมีนักลงทุนให้ความสนใจมากขึ้น เพราะเชื่อว่าการได้มีไชน่า โมบาย เข้ามาเป็นพันธมิตรรายใหม่และการเพิ่มทุนมีเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง จะทำให้บริษัทมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต ซึ่งทำให้ปัจจัยพื้นฐานมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ส่วนบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส กล่าวว่า การที่มูดี้ส์กำลังทบทวนปรับอันดับเครดิตขึ้น มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังทบทวนอันดับเครดิตให้กับ TRUE และ TRUE MOVE ให้ดีขึ้น หลังจากมีแผนการเพิ่มทุน และขายหุ้นให้กับพันธมิตรรายใหม่คือ China Mobile ทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งมากขึ้น จากอันดับเครดิตของกลุ่มองค์กรที่ CAA1 และสำหรับหุ้นกู้ด้อยสิทธิเมื่อรวมกับ TRUE MOVE ที่อันดับเดียวกันคือ CAA1 ซึ่งเป็นดี เพราะการปรับเพิ่มอันดับเครดิตมีแนวโน้มที่จะทำให้การระดมเงินทุนในอนาคตมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลงรวมทั้งมีภาพพจน์ที่ดีขึ้น
"ที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวขึ้นดีตอบรับความเข้มแข็งทางการเงินที่จะดีขึ้น เพราะมีเงินกู้น้อยลง ผลการดำเนินงานฟื้นตัวขึ้นจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงมาก และมีโอกาสที่จะจ่ายปันผลได้ เมื่อมีการล้างขาดทุนสะสมได้หมด"นักวิเคราะห์กล่าว
บทวิเคราะห์ บล.ธนชาต ระบุว่ามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ TRUE เนื่องจากแผนเพิ่มทุน 6.5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะทำให้บริษัทสามารถแก้ปัญหาการเงินทั้งหมด และพร้อมที่จะรองรับแนวโน้มการเติบโตของการใช้ DATA ในประเทศไทย ฝ่ายวิจัย เห็นว่าการร่วมมือกับ CHINA MOBILE หนึ่งในผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของโลก จะเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่ TRUE ด้านการจัดซื้อ จัดจ้าง การทำงานร่วมกัน การให้บริการโทรข้ามแดนอัตโนมัติ และ การแชร์นวัตกรรมใหม่ ๆ
ฝ่ายวิจัยคาดว่า TRUE จะพลิกกลับมาทำกำไรอย่างแข็งแกร่ง และคาดการเติบโตของกำไรต่อหุ้นเฉลี่ย 3 ปี มากถึง 119% รวมถึง คาดว่าจะใช้เคล็ดลับการบัญชีเพื่อปูทางสำหรับการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น TRUE ประกาศแผนการเพิ่มทุน
ทั้งนี้ จึงเชื่อว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และเนื่องจาก 82% ของรายได้จากการเพิ่มทุนจะถูกนำไปชำระหนี้ จึงคาดว่าหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA จะลดลงจาก 4.39 เท่าในไตรมาส 1/2557 เป็น 1.84 เท่าภายในสิ้นปีนี้ ด้วยดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
นอกจากนี้บทวิเคราะห์ระบุว่า เพื่อเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น TRUE พยายามหาวิธีจ่ายเงินปันผลหลังบริษัทกลับมาทำกำไร โดย TRUE จะต้องกำจัดผลขาดทุนสะสม และคาดว่าบริษัท จะเลือกทำเคล็ดลับการบัญชีโดยการลดมูลค่าพาร์ และใช้ส่วนเกินทุนเพื่อลดผลขาดทุนสะสม แม้ว่าไม่เห็นอุปสรรคใด ๆ แต่ด้วยยังไม่ทราบกำหนดเวลาที่ชัดเจน จึงยังไม่รวมปัจจัยนี้ในประมาณการ









