วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรรพากรขู่ปรับนิติบุคคลยื่นรายได้ต่ำ

สรรพากรขู่คิดเบี้ยปรับ20%สำหรับผู้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายได้คลาดเคลื่อนชี้ต้องยื่นใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรได้เชิญสำนักงานบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงแนวนโยบายของกรมฯ ในการแสดงรายได้เพื่อเสียภาษีของผู้มีรายได้ที่เป็นนิติบุคคลว่า ควรที่จะแสดงรายได้ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อให้สำนักงานบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชี ได้จัดทำบัญชีแสดงรายได้ของลูกค้า ที่เป็นผู้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด

ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้นิติบุคคล มีกำหนดที่จะยื่นแบบชำระภาษีเงินได้งวดครึ่งปีแรกของปีนี้ ในช่วงเดือนส.ค.นี้

ทั้งนี้ ตามประมวลรัษฎากรได้กำหนดว่า ผู้มีเงินได้นิติบุคคลจะต้องยื่นแบบในการชำระภาษีตามประมาณการสุทธิ และได้บอกว่า ในรายได้ที่ยื่นจะต้องไม่ต่ำกว่าครึ่งปีที่แล้ว แต่ทั้งหมดจะคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 25% หากคลาดเคลื่อนเกินกว่านั้น จะถูกคิดค่าปรับจำนวน 20% ของรายได้ที่ยื่นแบบหายไป

"การที่เราจัดประชุมกับสำนักงานบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีทั่วประเทศ ก็เพื่อให้เขาไปแจ้งให้ลูกค้าที่เป็นผู้มีเงินได้นิติบุคคลทราบว่า จะต้องยื่นแบบแสดงรายการรายได้ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เพราะเราต้องการจัดเก็บรายได้ตรงตามรายได้ที่เป็นจริง และไม่ต้องการที่จะคิดค่าปรับเพิ่ม" เขากล่าว

แม้ในช่วงต้นปี ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการนิติบุคคล ควรที่จะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น ดังนั้นการยื่นแสดงรายได้ควรที่จะสอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่ควรที่จะนำผลประกอบการในระยะแรก มาใช้อ้างอิงในคำนวณเป็นผลประกอบการทั้งปี

สำหรับภาพรวมรายได้ของกรมฯในปีนี้ เขากล่าวว่า ขณะนี้ยอดจัดเก็บรายได้ของกรมฯต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ประมาณ 9.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลพวงจากการนำเข้าที่ลดลง ทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนนี้หายไปราว 3% ต่อเดือน ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลนั้น ก็ลดลงตามอัตราที่ปรับลดลง ส่วนการจัดเก็บรายได้ที่เหลือของปี จะพยายามทำให้ดีที่สุด

ทั้งนี้ เป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของกรมฯในปีงบ 57 อยู่ที่ 1.89 ล้านล้านบาท ส่วนปีงบ 2558 อยู่ที่ 1.96 ล้านล้านบาท โดยโครงสร้างของการจัดเก็บภาษีในแต่ละตัวอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้าง โดยเฉพาะในส่วนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งเกิดจากการปรับลดอัตราภาษี

เขากล่าวด้วยว่า แนวทางการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2558 คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่า ผลของเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จะทำให้การจัดเก็บรายได้ของกรมฯดีขึ้นตามไปด้วย

ส่วนการสอบกรณีการโกงภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น เขากล่าวว่า ขณะนี้ คณะกรรมการฯตรวจสอบในส่วนของกรมฯและส่วนของกระทรวงการคลังเอง กำลังพิจารณา ซึ่งคาดว่า จะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ ส่วนเม็ดเงินที่จะตามได้คืนนั้น ต้องยอมรับว่า กฎหมายของกรมฯทำให้เกิดความล่าช้าในการเรียกเงินคืน ดังนั้น กรมฯจึงจะเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย