วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 14-18 กรกฎาคม 2557

เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ หุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น

อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยสภาพคล่องทยอยไหลกลับเข้าสู่ระบบธนาคารหลังวันหยุดยาว ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์มีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) อยู่ที่ 1.90% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.00% เท่ากับสัปดาห์ก่อนเช่นกัน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 21-25 ก.ค.2557 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ รวมทั้งคงจะมีการทยอยเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะทรงตัวอย่างต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.00%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.08% ในวันศุกร์ ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 3.19% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนที่จะทรงตัวในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนปรับลดลงต่อในวันศุกร์ โดยนักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการขายสินทรัพย์เสี่ยง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.45% ในวันพฤหัสบดี ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 2.52% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยนักลงทุนขายพันธบัตรก่อนการแถลงนโยบายการเงินของประธานเฟดต่อสภา คองเกรส จากนั้น อัตราผลตอบแทนปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ ตอบรับข้อมูลภาคการผลิตที่อ่อนแอกว่าคาด รวมทั้ง มีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศหลังข่าวเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ถูกยิงตกในยูเครน

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 เดือนที่ 32.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ อนึ่ง เงินบาทอ่อนค่ากว่าระดับ 32.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงสั้นๆ ปลายสัปดาห์ ท่ามกลางการเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน หลังมีรายงานข่าวเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ถูกยิงตกในยูเครน และมีข้อพิพาทที่รุนแรงขึ้นในฉนวนกาซ่า แต่กระนั้น กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทดังกล่าวก็เป็นไปอย่างจำกัด และเงินบาทก็สามารถทยอยฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงก่อนสุดสัปดาห์

ในวันศุกร์ (18 ก.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.13 เทียบกับระดับ 32.19 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (10 ก.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (21-25 ก.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาประเด็นทางเศรษฐกิจ-การเมืองในประเทศ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง-บ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย. ดัชนีราคาบ้านเดือนพ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังอาจจับตารายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ค. (เบื้องต้น) ของหลายๆ ประเทศด้วยเช่นกัน

เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรอ่อนค่าลง เงินยูโรเผชิญแรงขายเกือบตลอดสัปดาห์ โดยถูกกดดันในช่วงแรกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ (อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.ของยูโรโซน และดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนก.ค. ของสถาบัน ZEW ในเยอรมนี) ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น เนื่องจากตลาดการเงินบางส่วนตีความถ้อยแถลงของประธานเฟดว่า มีความเป็นไปได้ที่การคุมเข้มนโยบายการเงินจะเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ นอกจากนี้ เงินยูโรยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติมในช่วงท้ายสัปดาห์จากการเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน หลังมีรายงานระบุว่า เครื่องบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ถูกยิงตกลงในภาคตะวันออกของยูเครน

เงินเยนปรับตัวอย่างผันผวน โดยเงินเยนอ่อนค่าในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ ท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ จากถ้อยแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานเฟดที่กระตุ้นให้ตลาดบางส่วนคาดการณ์ว่า อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย Fed Funds ในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 หากการฟื้นตัวของตลาดแรงงานแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมของชาติตะวันตกต่อรัสเซีย และข่าวอุบัติเหตุเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ตกใกล้เขตข้อพิพาทระหว่างยูเครนและกลุ่มกบฎผู้ฝักใฝ่รัสเซีย หนุนให้เงินเยนฟื้นตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินที่ปลอดภัยก่อนช่วงปลายสัปดาห์

ในวันศุกร์ (18 ก.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3529 เทียบกับ 1.3608 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (11 ก.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 101.34 เทียบกับ 101.36 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย

ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,533.41 จุด เพิ่มขึ้น 1.01% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 59.26% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 49,625.54 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 548.72 จุด เพิ่มขึ้น 5.13% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2/2557 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงจากการขายทำกำไรในวันอังคาร โดยดัชนีขยับขึ้นต่อเนื่องในช่วงกลางสัปดาห์ จากการเข้าซื้อหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยปิดลดลงอีกครั้งในวันศุกร์ จากการขายหุ้นกลุ่มสื่อสาร หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ชะลอประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคม ออกไป 1 ปี รวมทั้ง นักลงทุนขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงหลังข่าวเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ถูกยิงตกในยูเครน

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 21-25 ก.ค. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีอาจปรับตัวผันผวน แต่มีโอกาสขยับขึ้น ขณะที่ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน โดยบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,521 และ 1,503 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,560 และ 1,594 จุด ตามลำดับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี DJIA ปรับตัวลดลง จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน หลังจากเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ถูกยิงตก โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนี DJIA ปิดที่ 16,976.81 จุด ลดลง 0.19% จากสัปดาห์ก่อน ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ รับข่าวผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารที่ออกมาแข็งแกร่ง ก่อนที่จะปรับลดลงในวันอังคารหลังประธานเฟดได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย แต่ดัชนีขยับขึ้นอีกครั้งจากข่าวการควบรวมกิจการของบริษัทสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ดัชนีปรับลดลงในวันพฤหัสบดี โดยมีแรงขายหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หลังเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ถูกยิงตกในยูเครน

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ลดช่วงบวกลงในปลายสัปดาห์ จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ยูเครน โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,215.71 จุด เพิ่มขึ้น 0.34% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อหุ้นกลับจากนักลงทุน รวมทั้ง ปัจจัยบวกจากผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารในสหรัฐฯ จากนั้น ตลาดหุ้นญี่ปุ่นขยับลงต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ หลังประธานเฟดได้แสดงความวิตกเกี่ยวกับมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของหุ้นบางกลุ่ม รวมทั้ง ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน หลังเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ถูกยิงตกใกล้ชายแดนยูเครน-รัสเซีย