จี้เรกูเลเตอร์ใหม่รื้อไอพีพี สหภาพกฟผ.จับตาประโยชน์ทับซ้อน
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศ คสช.แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานชุดใหม่และให้เลขาธิการสำนักงานพ้นจากตำแหน่งไปด้วยกัน ทันทีที่มีประกาศแต่งตั้งก็ได้มีข้อเสนอหลายประเด็นในด้านพลังงาน
นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งก่อนหน้านี้เคยยื่นหนังสือถึงหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เพื่อขอให้มีการเปลี่ยนแปลงตัวคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือเรกูเลเตอร์ ทั้งหมด ว่า รายชื่อของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานชุดใหม่ ที่ทางหัวหน้า คสช. มีประกาศแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ถือว่ามีความรู้ความสามารถในเรื่องของพลังงานโดยเฉพาะด้านไฟฟ้า ดีกว่า เรกูเลเตอร์ ชุดก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะตัวนายไกรสีห์ กรรณสูต ที่เคยเป็นอดีตผู้ว่าการกฟผ.มาก่อน ถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับ ในขณะที่นายวีระพล จิระประดิษฐกุล ก็เคยเป็นอดีตผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ก็เป็นบุคคลที่มีความรู้เรื่องของการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือแผนพีดีพี
อย่างไรก็ตาม สังคมอาจจะมีคำถามถึงการนั่งควบตำแหน่งทั้งการเป็นเรกูเลเตอร์ และอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ว่าจะมีความเหมาะสมและเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ แต่มุมมองของสหภาพฯกฟผ. เห็นว่า พพ.ก็เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ได้มีผลประโยชน์ที่ขัดกันกับการเป็นเรกูเลเตอร์ ยกเว้นว่านายวีระพล จะนั่งเป็นบอร์ด ปตท. ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกัน จึงจะดูไม่เหมาะสม
เรื่องสำคัญที่สหภาพฯอย่างจะให้เรกูเลเตอร์ชุดใหม่เข้าไปตรวจสอบ ก็คือการประมูลไอพีพี ที่เรกูเลเตอร์ชุดก่อนดำเนินการ ซึ่งกลุ่มกัลฟ์ เจพี ชนะการประมูลไปเพียงรายเดียว 5,000 เมกะวัตต์ โดยมองว่ามีการล็อคสเป็คให้กับเอกชน โดยเห็นว่า นายไกรสีห์ ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้ว่ากฟผ. น่าจะมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ดี โดยมองว่าเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญเพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องของความมั่นคงทางด้านไฟฟ้าของประเทศ และผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน
นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน ที่ให้การแต่งตั้งเรกูเลเตอร์ จะต้องแต่งตั้งจากวุฒิสภา แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานหรือคณะรัฐมนตรี เพื่อไม่ให้นักการเมืองเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งเรกูเลเตอร์เหมือนที่ผ่านมา หลังจากที่ทางคสช.หมดอำนาจไปแล้ว
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ประกาศคสช.แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ชุดใหม่นั้น เชื่อว่าจะมีการเข้าไปตรวจสอบ การประมูลไอพีพี ครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เพราะมีหลายประเด็นที่สังคมยังมีความสงสัย เช่น เปิดประมูลล่วงหน้านานถึง 8 ปี เป็นการเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงที่พรรคเพื่อไทยยังเป็นรัฐบาลอยู่หรือไม่ การมีผู้สนใจเข้ามาซื้อซองประกวดราคาหลายราย แต่มีการยื่นซองเพียงไม่กี่รายและเป็นเอกชนเพียงรายเดียวที่ชนะการประมูลไปทั้งหมดถึง5,000เมกะวัตต์ เป็นการเขียนทีโออาร์ที่ล็อกสเป็คและเปิดทางเอาไว้ให้ก่อนหรือไม่
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและเลขาธิการสำนักงานกกพ. ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ทั้งเรื่องไฟฟ้าทั้งฝ่ายผลิตและฝ่ายจำหน่าย ,ผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของการจัดทำแผนทางด้านพลังงาน, ผู้ที่มีความรู้ทางด้านบัญชีและต้นทุน รวมทั้งเรื่องของระบบท่อส่งก๊าซ นั้น จะทำให้การปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ของคสช.ทำได้ราบรื่นขึ้น เพราะเรกูเลเตอร์ ถือเป็นองค์กรสำคัญในการกำกับดูแลทั้งเรื่องของไฟฟ้า ในเรื่องของค่าไฟฟ้าในส่วนของค่าเอฟที และก๊าซธรรมชาติ ที่จะมีการแยกกิจการท่อส่งก๊าซออกจากปตท.และการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาแข่งขันในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ หรือThird Party Access ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
สำหรับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ทั้ง 7 คน ที่ตั้งขึ้นใหม่ 1. นายไกรสีห์ กรรณสูต อดีตผู้ว่ากฟผ. 2 .นางดวงมณี โกมารทัต ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและต้นทุน 3 .นางปัจฉิมา ธนสันติ อดีตอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา 4 นายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง. 5 นายวัชระ คุณาวัฒนาวุฒิ อดีตผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่วางแผน หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท 6 .น.ส.วิไลพร ลิ่วเกษมศานต์ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 7. นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดี กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน









