วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต่างชาติลุยเอง

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นปิดเหนือ 1,530 จุด หลังต่างชาติกลับเข้าซื้อของแพงสุทธิ 8 วันต่อเนื่อง

ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.40 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 5.5 หมื่นล้านบาท หุ้นกลุ่มแบงก์และพลังงานกลับมาเป็นหุ้นกลุ่มนำตลาด ขณะที่หุ้นกลุ่มสื่อสารเจอวิบากกรรมหลัง คสช.สั่งเลื่อนประมูล 4G ออกไป 1 ปี สัญญาณซื้อมากเกินและสัญญาณ Bearish Divergence เตือนให้ระวังถึงช่วงปลายตลาดขาขึ้นในระยะสั้น

ปัจจัยทางเทคนิค

จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาขึ้นเป็นคลื่น (v) หรือคลื่น 1,(v) โดยดัชนีตลาดสามารถผ่านเป้าหมาย 61.8% Fibonacci Projection ที่ระดับ 1,506 จุดขึ้นมาได้ เนื่องจากปริมาณการซื้อขายในคลื่น (v) มีมากกว่าปริมาณการซื้อขายในคลื่น (iii) ทำให้คลื่น (v) มีโอกาสเป็นคลื่นยืด (Extend wave) ดัชนีตลาดอาจปรับตัวขึ้นไปที่เป้าหมาย 100% Fibonacci Projection ที่ 1,590 จุด โดยมีช่องแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นเป็นแนวต้านระหว่างทาง

อย่างไรก็ดี การเกิดสัญญาณ Bearish Divergence ของ MACD Histogram เตือนให้ระวังถึงช่วงปลายตลาดขาขึ้น และในกรณีที่คลื่น 1,(v) เป็นคลื่นยืด จะทำให้ดัชนีตลาดมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงแรงเป็นคลื่น 2

สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก โดยสัญญาณ Modified Stochastic และ RSI ปรับตัวเข้าสู่เขตซื้อมากเกิน (Overbought)

จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดเคลื่อนตัวไปตามช่องแนวโน้มขาขึ้น สอดคล้องกับการเรียงตัวของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long - Term Investor (MMA2) ที่เรียงตัวแบบตลาดขาขึ้นและความลาดชันเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาด ดัชนีตลาดกำลังทดสอบแนวต้านของช่องแนวโน้มขาขึ้น กราฟแท่งเทียนเกิดเป็น Dark Cloud Cover และตามด้วย Harami ซึ่งเตือนให้ระวังถึงการปรับตัวลงของดัชนีตลาดในระยะสั้น โดยมีเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นทำหน้าที่เป็นแนวรับอยู่ที่ 1,515 จุด

สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก โดยสัญญาณ Modified Stochastic และ RSI ปรับตัวเข้าสู่เขตซื้อมากเกิน (Overbought) ซึ่งจะทำให้ดัชนีตลาดเผชิญแรงขายออกมาเป็นระยะ

ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,540 - 1,556 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,520 - 1,515 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

สำหรับการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรควรกำหนดจุดขายทำกำไรหรือจุดตัดขาดทุนไว้ที่ 1,515 จุด ส่วนพอร์ตการลงทุนในหุ้นพื้นฐานและมีต้นทุนระดับ 1,250 จุดลงไป แนะนำให้ถือต่อ และจะเพิ่มพอร์ตการลงทุนเมื่อดัชนีตลาดปรับลดลงจากคลื่น 1 ลงเป็นคลื่น 2