สายการบินต้นทุนต่ำในเอเชีย หันมาเปิดเส้นทางบินระยะไกลกันมากขึ้น เริ่มจาก"แอร์เอเชียเอ็กซ์"
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สายการบินต้นทุนต่ำในเอเชีย หันมาเปิดเส้นทางบินระยะไกลกันมากขึ้น เริ่มจาก แอร์เอเชียเอ็กซ์ ในเครือแอร์เอเชีย สายการบินทุนต่ำชั้นนำของเอเชีย ที่เปิดให้บริการบินตรง จากกรุงไทเป ไต้หวัน ไปยังเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ด้วยเวลาการบินที่มากกว่า 14 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีสายการบินสกู๊ต และไทเกอร์ แอร์เวย์ส ของสิงคโปร์ ที่จับมือกันเปิดเส้นทางบินจากเมืองเชนไน อินเดีย ไปยังนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย
การเคลื่อนไหวลักษณะนี้ กำลังเข้ามาปรับโฉมรูปแบบการบินในภูมิภาคเอเชีย ที่ปกติ เส้นทางบินระยะไกลตั้งแต่ 8 ชั่วโมงขึ้นไป มักมีสายการบินระดับพรีเมียม เป็นจ่าฝูง ผ่านศูนย์กลางการบินสองแห่งในสิงคโปร์ และฮ่องกง ขณะที่สายการบินราคาประหยัด มักให้บริการผ่านศูนย์กลางการบินขนาดเล็กอย่างกัวลาลัมเปอร์ และกรุงเทพมหานคร
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร แอร์เอเชียเอ็กซ์ “นายอัซราน ออสมาน รานี” บอกว่า แอร์เอเชียเอ็กซ์ พยายามปรับรูปแบบเส้นทางบินใหม่ ที่สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการขยายกิจการอย่างมาก โดยในปีนี้ บริษัทมีผู้โดยสารที่ใช้บริการเดินทางจากเอเชียเหนือ มายังออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า
นอกจากนิ้ สายการบินราคาประหยัดจำนวนมากขึ้น ยังมีการปรับปรุงบริการเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่เดินทางในเส้นทางระยะไกล อาทิ การเปิดจองเที่ยวบินสำหรับเปลี่ยนเครื่อง หรือบริการขนถ่ายสัมภาระ ไปยังเครื่องบินที่ต้องต่อเครื่อง โดยคิดค่าบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
แม้จะเก็บเงินเพิ่ม สำหรับบริการพิเศษต่างๆ แต่สายการบินทุนต่ำเหล่านี้ ล้วนมั่นใจว่า จะยังให้บริการตั๋วโดยสารราคาถูกกว่าสายการบินที่ได้บริการเต็มรูปแบบได้ต่อไป อย่าง แอร์เอเชีย ที่ปัจจุบันมีราคาตั๋วเส้นทางไทเป-เมลเบิร์น อยู่ที่ 642 ดอลลาร์ เทียบกับสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ที่สูงถึง 1,095 ดอลลาร์
ทางด้านสายการบินแบบดั้งเดิม ยอมรับว่า กลยุทธ์เส้นทางบินระยะไกลของสายการบินต้นทุนต่ำนี้ ทำให้การแข่งขันเพิ่มมากขึ้น แต่เชื่อว่า ความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น จะเปิดโอกาสให้สายการบินทั้งสองประเภทในตลาดนี้
โฆษกสิงคโปร์แอร์ไลน์ส "นายนิโคลัส โอนิเดส" บอกว่า การผงาดขึ้นมาของสายการบินราคาประหยัด ทำให้ในปัจจุบัน ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น ซึ่งเขามั่นใจว่า สายการบิน ไม่ว่าจะเป็นแบบต้นทุนต่ำ หรือแบบให้บริการเต็มรูปแบบ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นเช่นนี้ต่อไป
ขณะที่คาเธย์แปซิฟิก ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในฮ่องกง กล่าวว่า สนามบินนานาชาติฮ่องกง มีสายการบินให้บริการกว่า 100 ราย รวมทั้งสายการบินต้นทุนต่ำอีกสิบกว่าราย ซึ่งคาเธย์เองแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งภายในฮ่องกง และระหว่างประเทศ เพราะคาเธย์ เสนอราคาตั๋วโดยสารชั้นประหยัด ที่ดึงดูดใจผู้โดยสาร ทั้งยังมีการจัดราคาโปรโมชัน ทำให้ขายตั๋เครื่องบินได้เฉลี่ยสัปดาห์ละ 1,500-2,000 ใบ









