ม้าเหล็กเปิดศึกชิงเก้าอี้รักษาการผู้ว่าฯ ขณะที่พนง.ฝากความหวังคสช. ตั้งคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกุมบังเหียน
แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่าหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งปลดนายประภัสร์ จงสงวน พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯตามกระแสเรียกร้องอย่างหนักของสังคมที่ต้องการให้ผู้บริหารรถไฟรับผิดชอบต่อคดีฆาตกรรมฆ่าข่มขืนน้องแก้มนั้น ในส่วนของพนักงานการรถไฟฯต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างหนัก และกำลังจับตาดูกันว่า คสช.และบอร์ดการรถไฟฯจะแต่งตั้งใครข้ึนมาทำหน้าที่รักษาการ เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้แก่องค์กร อีกทั้งในเรื่องความโปร่งใสในการทำงาน ขณะที่ คสช.ก็ได้แต่งตั้งนายออมสิน ชีวพฤกษ์ อดีตผู้บริหารบริษัทไปรษณีย์ไทย เข้ามารับตำแหน่งประธานบอร์ดรถไฟแล้ว และบอร์ดการรถไฟฯมีกำหนดที่จะประชุมนัดแรกเพื่อพิจารณาแต่งตั้งรักษาการผู้ว่ารถไฟในกลางสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ พนักงานการรถไฟต่างเห็นว่า ในห้วงเวลานี้ที่การรถไฟฯ ต้องการผู้บริหารที่จะมาฟื้นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้กับองค์กรน้ัน จำเป็นต้องได้ผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ เป็นคนดีมือสะอาดและเป็นที่ยอมรับภายในองค์กร โดยเฉพาะผู้บริหารที่จะข้ึนมาจะต้องปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน จึงมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้คสช. ควรแต่งตั้งคนที่เหมาะสมมาแก้ปัญหาไม่ใช่เข้ามาเพิ่มปัญหา
ขณะเดียวกันก็มีกระแสการวิ่งเต้นในบรรดาฝ่ายบริหาร ที่คาดว่าจะขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการผู้ว่ารถไฟ โดยมีการระบุว่าตัวเต็งที่น่าจะได้รับการพิจารณาตามลำดับอาวุโสในขณะนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 คน คือ นายกมล ตั้งกิจเจริญชัย รองผู้ว่าการกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน 2 ถือเป็นบุคคลที่น่าจับตามองมากที่สุด เพราะมีความใกล้ชิดกับนายทหารใหญ่ผ่านสถาบัน วปรอ. ด้วยกันหลายคน และยังมีความใกล้ชิดกับนายจิตต์สันติ ธนโสภณ อดีตผู้ว่ารฟท. ที่มีคดีทุจริตติดตัวจากการชี้มูลของปปช.
อย่างไรก็ตาม นายกมล ยังมีคดีความถูกสอบกรณีทุจริตเรื่องการจัดฮั้วประมูลซื้อประแจราง จากประเทศจีนซึ่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และ ป.ป.ช.ยังคงตรวจสอบอยู่ รวมถึงงานจ้างเหมาโอเวอร์ฮอลรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ที่กำลังอื้อฉาวขณะนี้
นอกจากนี้ ยังมีนายประเสริฐ อัตตะนันท์ รองผู้ว่าการด้านบริหารทรัพย์สิน ที่เป็นอีกผู้หน่ึงที่มีอดีตนายทหารใหญ่พยายามวิ่งเต้นให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการรถไฟ ท่ามกลางข้อครหาของพนักงานรถไฟฯและสหภาพที่ไม่เห็นด้วยเพราะนายประเสริฐยังมีคดีพัวพันกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างหลายโครงการในการรถไฟ และแอร์พอร์ตลิงค์ รวมทั้งยังพัวพันกับการทุจริตรถไฟสายสีแดง ซึ่งสตง.ได้ชี้มูลความผิดไปก่อนหน้า
ขณะที่รองผู้ว่าอีก 3 คน คือนายวิโรจน์ เตรียมพงษ์พันธ์ รองผู้ว่าการด้านยุทธศาสตร์และอำนวยการและนายสิทธพงษ์ พรหมลา รองผู้ว่าการหน่วยธุรกิจซ่อมบำรุง และ นายภากรณ์ ตั้งเจษกาวณ์ รองผู้ว่าการโครงสร้างพื้นฐาน 1 นี้ดูจะมีภาษีมากกว่า เพราะถือว่าเป็นผู้ที่มีภาพลักษณ์ดีกว่าคนอื่น ๆ ทั้งไม่เคยมีประวัติเสียหายในเรื่องทุจริต เพียงแต่นายภากรณ์เหลืออายุการทำงานในรถไฟอีกเพียง 3เดือนเท่านั้น ขณะที่นายวิโรจน์และนายสิทธิพงษ์ จะเกษียณอายุราชการในเดือนต.ค.2558 ซึ่งหากพิจารณาแล้วนายวิโรจน์เคยมีประสบการณ์รักษาการผู้ว่าฯมาก่อน ภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นที่ยอมรับของคนในองค์กร ชื่อเสียงว่ามือประสานสิบทิศ ในหน่วยงานรถไฟ
ขณะที่รองสิทธิพงษ์อาจติดข้อครหา กรณี คตร.ระงับรื่องจัดหารถจักร 50 คัน และการจัดหารถโดยสาร 115 ที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ









