คสช. ออกคำสั่งโอนเงินประมูลทีวีดิจิทัล ส่งรายได้แผ่นดิน เปิดทางคลังยืมเงินกองทุนฯ
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศ คสช.ฉบับที่ 80/2557 ลงวันที่ 9 ก.ค.2557 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม มีเนื้อหาสำคัญโดยสรุป คือ ให้ถือว่าเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 41 วรรค 6 เป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ซึ่งต้องชำระเมื่อได้รับอนุญาต และเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว ให้นำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน
นอกจากนั้น ประกาศ คสช.ยังให้เพิ่มข้อความเป็น (6) ของมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ว่า ให้กระทรวงการคลังสามารถยืมเงินกองทุนเพื่อนำไปใช้ในกิจการของรัฐอันเป็นประโยชน์สาธารณะ พร้อมให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธาน กสทช.เป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการ เช่น ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน เป็นต้น
ทั้งนี้ ให้เลขาธิการ กสทช.เป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการกองทุนดังกล่าว และให้เลขาธิการ กสทช.แต่งตั้งพนักงานของสำนักงาน กสทช.เป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ด้วย
สำหรับเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ตามมาตรา 41 วรรค 6 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ก่อนวันที่ประกาศ คสช.ฉบับนี้ใช้บังคับ หากยังมิได้นำส่งเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่มีประกาศ
โอนเงินประมูลวิทยุ-ทีวีเข้าคลัง
สาระสำคัญตามประกาศฉบับนี้ คือ การกำหนดให้เงินรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ คือ การประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ในอีก 5 งวดที่เหลือ และการประมูลวิทยุดิจิทัลในอนาคตต้องโอนเป็นรายได้แผ่นดิน
การประมูลทีวีดิจิทัล 24 ช่องในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 50,862 ล้านบาท โดยผู้ชนะประมูลจ่ายเงินค่าใบอนุญาตงวดแรกแล้วมูลค่า 11,000 ล้านบาท เข้ากองทุนฯ สำหรับนำไปสนับสนุนครัวเรือนไทย ด้วยการแจกคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล









