Upside ค่อนข้างจำกัด แนะนำรอเข้าซื้อในช่วงพักตัว เน้นกลุ่ม Domestic Play
SET View
ประเด็นหลัก SET แข็งแกร่งกว่าที่เราได้คาดไว้และยังสามารถยืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้เป็นวันที่ 3 พร้อมกับมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันถึง 10 วันทำการ ทั้งนี้เรามองว่าการปรับขึ้นที่ผ่านมายังคงมีความเสี่ยงเนื่องจากไม่ได้มีปัจจัยใหม่ใดๆที่จะมากระตุ้นการลงทุน ประกอบกับมูลค่าซื้อขายที่ผ่านมาค่อนข้างเบาบางทำให้เราประเมินว่าควรรอสัญญาณความชัดเจนมากกว่านี้ในการเข้าลงทุนโดยเรามองภาพรวมตลาดหุ้นไทยในวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบจาก upside ที่จำกัดและยังคงอยู่ในช่วงการสลับกลุ่มการเล่นซื้อเก็งกำไรผลกระกอบการ 2Q57 และมีโอกาสที่ตลาดจะหันมาเล่นในกลุ่ม Domestic play เช่น กลุ่มค้าปลีก
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นมาวานนี้หลังแรงกดดันจากการปรับดอกเบี้ยขึ้นลดลง ล่าสุดที่ประชุมเฟดได้ระบุว่าจะยุติการเข้าซื้อพันธบัตร (QE) ในเดือน ต.ค.และเตรียมประกาศมาตรการการปรับดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยที่ตลาดยังคงคาดหวังว่าเฟดน่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ใกล้ 0% ต่อไปและจะเริ่มคุมเข้มนโยบายทางการเงินในช่วงกลางปี 2558 นอกจากนี้ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขามินนิอาโปลิสยังได้ออกมาให้ความคิดเห็นว่าเฟดยังมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากจากเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัว และอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ตํ่ากว่าระดับเป้าหมายที่ 2%
กลยุทธ์การลงทุน สำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น เราแนะนำเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มค้าปลีก (CPALL KAMART) ที่จะได้รับประโยชน์จากอำนาจใจการซื้อที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และให้หลีกเลี่ยงกลุ่มรับเหมาจากการเลื่อนประมูลรถไฟรางคู่ไปไม่มีกำหนด ส่วนการลงทุนระยะกลาง แนะนำ “ทยอยสะสม” กลุ่มพลังงาน (PTTEP PTTGC TOP) กลุ่ม ICT (INTUCH SAMART SIM JAS) กลุ่มค้าปลีก (GLOBAL) และกลุ่มบ้าน (LH RML ) สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารเรามองว่าราคาหุ้นปรับขึ้นมารับผลบวกจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการลงทุนภาครัฐที่เร็วเกินไปขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง จึงปรับลดคำแนะนำ KBANK และ SCB ลงมาเป็นแค่ “ถือ”
Stock Picks
CPF (+) ผลประกอบการ 2Q57 ของ CPF คาดว่าจะฟื้นตัวจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนก่อนรายการพิเศษราว 1.5 พันล้านบาท มามีกำไรก่อนรายการพิเศษราว 2.5 พันล้านบาท จากยอดขายที่เติบโต 10%YoY จากธุรกิจขายเนื้อสัตว์ในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะไก่ที่ราคาขายเพิ่มสูงรวมทั้งผลประกอบการของธุรกิจในต่างประเทศฟื้นตัวโดยเฉพาะในเวียดนามนอกจากนี้ยังเชื่อว่าผลประกอบการของ CPF จะเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง จากการกลับมาเริ่มส่งออกเนื้อไก่แช่แข็งไปญี่ปุ่น ต้นทุนค่าอาหารสัตว์ลดลงและธุรกิจกุ้งในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 33.00 บาท
CPALL (+) เราคาดว่าผลประกอบการ 2Q57 ของ CPALL จะเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มค้าปลีกที่เราศึกษา มีกำไรสุทธิราว 2.9 พันล้านบาท เติบโต 7% QoQ และ 9% YoYo จากรายได้สาขาเดิมของร้านเซเว่นฯพลิกกลับเป็นบวกในเดือน เม.ย. – พ.ค. ราว 3% และได้ประโยชน์จากยอดขายของ MAKRO ที่เติบโต 5% ขณะที่ค่าใช้จ่ายของการซื้อหุ้น MAKRO ลดลงชดเชยกับดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น ส่วนประมาณการปีนี้ เราคาดว่า CPALL จะมีกำไรจากธุรกิจปกติเพิ่มขึ้น 25% ดีสุดในกลุ่มค้าปลีกที่ศึกษาเนื่องจากธุรกิจรับมือภาวะเศรษฐกิจได้ดีกว่าค้าปลีกประเภทอื่น แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 52.00 บาท
Technical Plays
ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดเป็นแนวโน้มทรงตัวอยู่เหนือระดับ 1500 จุด ยังมีนํ้าหนักทางขาขึ้น และยืนเหนือระดับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน ที่ 1495 จุด (เป็นแนวโน้มขาขึ้น ) คาดว่าดัชนีหุ้นจะแกว่งตัวต่อในกรอบ 1500-1515 จุด ยืนเหนือ 1500 จุดเป็นแนวโน้มพักตัวทางขาขึ้นถือหุ้นได้ ตํ่ากว่า 1495 จุด(ใต้เส้นค่าเฉลี่ย10วัน) จึงเป็นแนวโน้มขาลง หรือสัญญาณขาย
STEC
ราคาปิดเป็นแนวโน้มพักตัว 3 วันทางขาขึ้น ราคายังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านได้









