วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Company Focus:SAPPE_090757

หุ้นแพงไป...ไม่มีปัจจัยบวกใหม่

ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นแรงผิดปกติ

เมื่อวานนี้ราคาหุ้น SAPPE ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 16% มูลค่าซื้อขายหนาแน่นกว่า 1.2 พันล้านบาท ติดอันดับ 4 ของหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด โดยราคาปิดเมื่อวานที่ 30.50 บาท สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมของเราถึง 29% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ SAA Consensus (20.83 บาท) 32% หรือ ซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2557 สูงถึง 28 เท่า หากใช้ค่าเฉลี่ย P/E ที่ 20 เท่า เทียบบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกัน หมายความว่า SAPPE จะต้องทำกำไรสุทธิในปีนี้สูงถึง 458 ล้านบาท (EPS 1.50 บาท) เติบโต 220% YoY จึงจะทำให้มูลค่าเหมาะสมเท่ากับราคาปิดเมื่อวานนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าไม่น่าจะทำได้

คาดไตรมาส 2 กำไรหดตัว 50% QoQ

เรายอมรับว่า SAPPE มีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นโดยสามารถทำกำไรใน 1Q57 ได้สูงเท่ากับกำไรทั้งปี 2556 แต่เราเชื่อว่าแนวโน้มกำไรสุทธิใน 2Q57 จะอ่อนแอลง 50% QoQ เหลือ 71 ล้านบาท เนื่องจาก ยอดขายที่ลดลง 19% QoQ เป็น 625 ล้านบาท เพราะขาดปัจจัยหนุนจากรายการไม่ปกติที่หนุนรายได้ในไตรมาสแรกซึ่งมาจากยอดขายต่างประเทศที่ถูกจัดส่งไปจำนวนมาก ดังนั้นสัดส่วนยอดขายในประเทศที่ลดลงประกอบกับการแข่งขันของตลาดในประเทศรุนแรงขึ้นใน 2Q57 ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะลดลง ประกอบกับ SAPPE น่าจะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้น 19% QoQ จากการกลับมาทำตลาดหลังจากที่ชะลอไปในไตรมาสแรก

ใช้งบการตลาดเพิ่ม จะกดดันกำไรลง

ในช่วงครึ่งปีแรก เราคาดว่า SAPPE จะมีค่าใช้จ่ายในการขายรวม 189 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 13% ของยอดขาย ตํ่ากว่าเป้าหมายงบการตลาดทั้งปี 2557 ที่บริษัทตั้งไว้ที่ 16% ของยอดขาย (ระบุในหนังสือชี้ชวน) เราจึงประเมินว่า SAPPE จะเพิ่มงบการตลาดในครึ่งปีหลังซึ่งจะเป็นฉุดให้กำไรอ่อนตัวลง ทั้งนี้ ตามแผนธุรกิจปีนี้ SAPPLE ต้องเริ่มทำการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอีกทั้งต้องกลับมาทำตลาดในไทยเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดหลังจากมีคู่แข่งรายใหม่ (ทั้งรายเล็กและรายใหญ่) เข้ามาบุกตลาดฟัง ก์ชันนัลดริงค์เพิ่ม

แพงไปเมื่อเทียบกับปัจจัยเสี่ยงในระยะสั้น

เรามองว่า SAPPE มีความน่าสนใจในระยะยาวจากโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศ (คาดมูลค่ากิจการเพิ่ม 3 – 4 เท่าตัว ใน 5 ปีข้างหน้า) แต่ระดับราคาหุ้นที่ขึ้นมารวดเร็วและถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญในระยะสั้นจากการหดตัวของกำไรในช่วงที่เหลือของปีนี้ และในระยะยาวจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากตลาดในประเทศรวมถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อยอดส่งออก เราจึงแนะนำ “ขาย” โดยปัจจัยบวกที่จะทำให้ผลประกอบการดีกว่าคาดหาก SAPPE ใช้งบการตลาดน้อยกว่าเป้าหมาย