ใกล้แนวต้านสำคัญที่ 1,500 จุด ให้เริ่มทยอยขายทำกำไรหากยังไม่มีปัจจัยใหม่หนุน
SET View
ประเด็นหลัก เรามองการปรับขึ้นของ SET วานนี้เป็นการเก็งกำไรผลประกอบการงบ 2Q57 โดยมีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นในหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่นักลงทุนในตลาดคาดหวังว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวจากแรงกดดันทางการเมืองในช่วงต้นปี และยังเป็นแรงผลักดันให้ทำให้ SET มีโอกาสขึ้นไปแกว่งตัวในกรอบ 1,500 - 1,520 จุดได้ อย่างไรก็ตามภาพรวมการลงทุนที่ผ่านมายังคงเป็นรูปแบบการสลับกลุ่มการเล่นในแต่ละช่วงโดยยังไม่มีปัจจัยสำคัญมาหนุนตลาดให้ขึ้นต่อได้มากนัก เราจึงเริ่มมีมุมมองระมัดระวังต่อการปรับเพิ่มขึ้นมาของ SET ที่ระดับ 1,500 จุดว่ามีความเสี่ยงในการปรับฐานระยะสั้น หากยังไม่มีประเด็นใหม่อื่นๆมาสนับสนุน โดยล่าสุดทาง คสช.ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับความคืบหน้าของการร่างธรรมนูญปกครองที่ใกล้จะแล้วเสร็จ รวมถึงการกำหนดตัวบุคคลของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไว้แล้ว ว่าไม่เป็นความจริง โดยจะยังยึดการดำเนินการไปตามขั้นตอนเดิมที่ได้ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังคงต้องจับตาทิศทางข้อสรุปแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาทที่จะประกาศในโรดแมพเศรษฐกิจหน้าต่อไป
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีการประกาศผลการประชุมกำหนดนโยบายในวันนี้เกี่ยวกับทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ย โดยที่ Consensus ได้คาดว่าจะยังคงมีการตรึงดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมที่ 0.15% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบที่ -0.10 % ต่อไปอีกระยะหนึ่งหลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในยูโรโซนครั้งล่าสุดแสดงให้เห็นถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ มีประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ มาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพื่อการต่อสู้กับภาวะเงินฝืด ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นโลกผ่านการเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องในกลุ่มยูโรโซน
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้เริ่มทยอยขายทำกำไรบางส่วนในหุ้นที่ราคาได้ปรับขึ้นมาค่อนข้างสูงในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา โดยมีความกังวลจากแนวโน้มในการปรับฐานของตลาดหากยังไม่มีประเด็นใหม่มาสนับสนุนการขึ้นต่อ สำหรับการลงทุนระยะกลาง เรายังคงแนะนำให้เลือกหุ้นกลุ่มที่ยังคงมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและยังคง laggard เทียบกับการปรับขึ้นมาของตลาด ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK SCB TMB) กลุ่มพลังงาน (PTT PTTEP PTTGC TOP) และ กลุ่ม ICT (INTUCH JAS SAMART SIM)
Stock Picks
SAMART (+) เรามองว่าการเข้าไปถือหุ้น SIM เพิ่มเป็น 74% มีผลตั้งแต่ 3Q57 เป็นต้นไป จะช่วยลดผลกระทบจากการขาดงานโครงการ IT ใหม่ๆของ SAMTEL เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2557-2558 ของ SAMART จะเติบโตเฉลี่ย 20% เด่นสุดในกลุ่มสื่อสารขนาดใหญ่ที่ศึกษา ขณะที่ราคาหุ้น SAMART ถือว่ายังถูกเมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยซื้อขายที่ระดับ PE ปี 2557 ที่ 11.5 เท่า ตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยหุ้นสื่อสารขนาดใหญ่ที่เราศึกษาที่ 18 เท่า แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 26.90 บาท
SIM (+) ยอดขายเครื่องโทรศัพท์ของ SIM มีแนวโน้มฟื้นตัว 50% จากไตรมาสแรกมาอยู่ที่ระดับ 6 แสนเครื่องต่อเดือนในช่วง 2 เดือนแรกของ 2Q57 หลังจากที่ คสช. ทยอยจ่ายเงินให้เกษตกรในโครงการจำนำข้าวจะช่วยฟื้นกำลังซื้อผู้บริโภคในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ SIM ที่เป็นผู้จำหน่ายโทรศัพท์ Smart phone ราคาประหยัด ทำให้ผลประกอบการ 2Q57 ที่คาดไว้ในเบื้องต้นจะมีกำไรสุทธิ 2Q57 ราว 262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% QoQ และ 2% YoY ถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 4.20 บาท
Technical Plays
ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดเป็นแนวโน้มพักตัว 2 วัน และยังยืนเหนือระดับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน เป็นแนวโน้มพักตัวทางขาขึ้น คาดว่าดัชนีหุ้นจะเป็นแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1485-1500 จุด ยืนเหนือ 1485 จุด เป็นแนวโน้มทางขาขึ้นถือหุ้นได้ ตํ่ากว่า 1475 จุด (ใต้เส้นค่าเฉลี่ย10วัน) จึงเป็นแนวโน้มขาลงหรือสัญญาณขาย
AMATA
ราคาปิดเป็นรูปแบบทางขาขึ้นหลังจากพักตัว 6 วัน และยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านได้









