'ปิยสวัสดิ์'ประกาศภารกิจหลักปตท.-เดินหน้าสอบลงทุนต่างประเทศ ขายหุ้นโรงกลั่น"เอสพีอาร์ซี-บางจาก"
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายพรชัย รุจิประภา อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน และนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมแถลงข่าวในนามกรรมการบริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มต่อต้านหลายกลุ่มคัดค้านการเข้ารับตำแหน่งกรรมการปตท.ที่จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้ (1 ก.ค.) ว่าที่ผ่านมาทั้ง 3 คน เป็นผู้ที่รับราชการ มีความรู้และประสบการณ์ด้านพลังงานมาตลอด และไม่เคยสร้างความเสียหายต่อหน้าที่และประเทศชาติ หรือรับใช้ผลประโยชน์ให้นักการเมืองรายใด
ดังนั้นการเข้ามาทำหน้าที่บอร์ดปตท.ก็จะทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม และสร้างความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
"ผมเข้ามาทำงานโดยไม่ได้วิ่งเต้นขอตำแหน่งจากใคร และไม่แปลกใจที่ถูกกลุ่มเดิมๆต่อต้าน ผมว่าการสร้างความเข้าใจผิด ข้อมูลบิดเบือนทำได้ง่ายๆ และแพร่กระจายได้รวดเร็ว และคนอ่านสื่อออนไลน์ก็ชอบความสะใจเผยแพร่ข้อมูลต่อ" นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
"ปิยสวัสดิ์"แจงภารกิจบอร์ดปตท.
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า ภารกิจที่จะเข้าไปผลักดันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องสำคัญคือ 1.การผลักดันให้ ปตท.ขายหุ้นโรงกลั่นบางจากที่ถืออยู่ 27% และขายหุ้นโรงกลั่นสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟล์นิ่ง หรือเอสพีอาร์ซี ที่ถืออยู่ 36% เพื่อสร้างความโปร่งใสในธุรกิจน้ำมัน และลดปัญหาการผูกขาดตลาดลง โดยมองว่าที่ผ่านมาปตท.ถือหุ้นในตลาดค้าส่งน้ำมันมากเกินไป พร้อมกันนี้จะเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)แก้กฎหมายพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อกำหนดให้ธุรกิจน้ำมันของปตท.เข้าไปอยู่ภายใต้การดูแลของกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะช่วยสร้างความโปร่งใสและเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในธุรกิจน้ำมันมากขึ้น
2. ผลักดันให้บอร์ดปตท.ส่วนใหญ่เห็นชอบกับการแยกธุรกิจท่อก๊าซธรรมชาติ ออกมาเป็นอีกหนึ่งบริษัท เพื่อเปิดทางให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาใช้บริการท่อก๊าซฯได้ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาธุรกิจท่อก๊าซฯ เป็นการผูกขาดโดยธรรมชาติ เพราะไม่คุ้มค่าที่จะมีผู้ลงทุนเดินท่อก๊าซฯหลายบริษัท จึงทำให้ปตท.ถูกกล่าวหาว่าผูกขาดท่อก๊าซฯมาโดยตลอด การแยกธุรกิจท่อก๊าซฯจะช่วยลดปัญหาการผูกขาดลงได้
ทบทวนแผน5ปี-ลุยสอบลงทุนต่างประเทศ
3. สร้างระบบธรรมาภิบาลภายใน ปตท.เอง เพื่อคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการในบอร์ดปตท. ให้เกิดความเหมาะสมแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา มีจุดอ่อน ทำให้นักการเมืองได้ส่งคนที่ไม่เหมาะสมเข้ามาเป็นกรรมการใน ปตท.ได้ อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวต้องขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของกระทรวงการคลังด้วย เพราะกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในปตท.และเป็นผู้ส่งคนเข้ามาเป็นกรรมการใน ปตท.ด้วย
4. นอกจากนี้ สังคมเกิดความสงสัยในการลงทุนต่างประเทศของปตท.กันจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อตัวเองได้เข้าไปเป็นบอร์ด ปตท.แล้ว จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนว่า โครงการใดควรที่จะลงทุนต่อหรือโครงการใดไม่ควรลงทุน รวมทั้งจะมีการทบทวนแผนและกลยุทธ์การลงทุนของ ปตท. ในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้ด้วยเพื่อให้เป็นไปอย่างรอบคอบไม่ให้เกิดความเสียหาย
ขู่ให้ข้อมูลเท็จยื่นฟ้องร้องทันที
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่าส่วนกรณีที่มีกลุ่มผู้ออกมาโจมตีคัดค้านการรับตำแหน่งบอร์ดปตท.ของตน พร้อมด้วยนายพรชัย และนายคุรุจิตนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากมีการให้ข้อมูลเป็นเท็จและหมิ่นประมาท ก็จะฟ้องร้องทันที โดยเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ได้ยื่นเรื่องฟ้องร้อง พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย ข้อหาหมิ่นประมาทตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2557 ได้มีการประนีประนอมยอมความกัน ซึ่งพท.พญ.กมลพรรณ ยินยอมลงข้อความแสดงความเสียใจในข้อมูลที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์และเฟสบุ๊กตัวเอง ซึ่งต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน จึงจะดำเนินการถอนฟ้องต่อไป
หากยังมีการหมิ่นประมาทข้อหาใหม่ก็จะฟ้องร้องอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังได้ฟ้องร้องนายปานเทพ วงษ์พัวพันธุ์ และกำลังพิจารณาว่า ควรฟ้องร้องกลุ่มทวงคืนพลังงานหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อสังคมในการเขียนข้อมูลบิดเบือนโดยไม่มีความรับผิดชอบอีก
รับปตท.-พลังงานประเมินสังคมออนไลน์ต่ำ
“กระทรวงพลังงานและปตท. ละเลยต่อการให้ข้อมูลชี้แจงต่อสังคมด้านพลังงานมากกว่า 4 ปี และประเมินการโจมตีผ่านสังคมออนไลน์ต่ำมาก ทำให้ทุกวันนี้สังคมเกิดความเข้าใจผิดและสับสนมากมาย ดังนั้นต่อไปนี้ปตท. และกระทรวงพลังงานจะต้องเข้ามาช่วยกันชี้แจงต่อสังคมให้มากขึ้น ขณะเดียวกันกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนซึ่งมีกูรูด้านพลังงานมารวมตัวกันมากมายก็จะทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการชี้แจงข้อมูลต่อไป ส่วนตัวเองเมื่อเข้ามาเป็นบอร์ดปตท.แล้วก็จะลดบทบาทหน้าที่ของตัวเองในกลุ่มปฏิรูปพลังงานฯลง แต่ยังคงเป็นหนึ่งในสมาชิกองค์กรนี้ต่อไป” นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่าในส่วนของการทำงานกับซูเปอร์บอร์ดนั้น เมื่อเห็นรายชื่อบอร์ดแล้ว เชื่อว่าจะทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา แต่อยากให้รัฐมองถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจในอนาคตว่า ควรมีคุณสมบัติในลักษณะเดียวกับซูเปอร์บอร์ดด้วย
"คุรุจิต"ยันลาออก2บอร์ดเพื่อความโปร่งใส
ด้านนายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ได้ยื่นลาออกจากการเป็นบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท เอสโซ่ จำกัด ไปแล้ว โดยจะมีผลตั้งแต่วันนี้ (1ก.ค.) เพื่อป้องกันปัญหาความซ้ำซ้อนในการเป็นกรรมการ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพลังงานของตัวเองในปัจจุบัน ไม่ได้ให้มีการให้คุณหรือโทษกับ ปตท. แต่อย่างใด
การที่ข้าราชการเข้าไปเป็นกรรมการในบอร์ดบริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากต้องส่งผ่านนโยบายรัฐที่กำกับดูแลองค์กรนั้นๆ ให้เป็นไปตามนโยบายด้วย ซึ่งตาม พ.ร.บ. ทางปตท.ก็ต้องมีตัวแทนจากรัฐเข้าไปเป็นบอร์ดเช่นกัน ทั้งนี้ยืนยันว่าตัวเองจะทำหน้าที่บอร์ด ปตท.โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมของประเทศและความเติบโตอย่างมั่นคงของปตท.ต่อไป
"พรชัย"ยันไม่ได้วิ่งเต้นแต่ถูกเชิญมา
นายพรชัย รุจิประภา อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การเข้ามาในตำแหน่งบอร์ด ปตท.ในครั้งนี้ไม่ได้วิ่งเต้น แต่เป็นการถูกเชิญให้เข้ามาเป็นบอร์ด เมื่อตัดสินใจรับหน้าที่แล้วจะต้องทำอย่างดีที่สุดและทำจริง ยืนยันว่าจะทำงานอย่างถูกครรลองและเป็นธรรม โดยจะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามคำสั่งของใคร อย่างไรก็ตาม ต้องการให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของการทำหน้าที่เป็นบอร์ด ปตท. ว่าเน้นในเรื่องของการปฏิบัติ ไม่ใช่การกำหนดนโยบายด้านราคา ซึ่งเป็นบทบาทของกระทรวงพลังงาน
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าในการประชุมบอร์ดปตท.ทุกครั้งควรจะต้องมีการเปิดแถลงข่าวถึงผลการประชุม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการทำงานของบอร์ด และ ประชาชนจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์
สั่ง"ปิยสวัสดิ์"แจงบทบาทนั่งปตท.
แหล่งข่าวจากผู้ใกล้ชิดนายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่าการออกมาแถลงข่าวของทั้ง 3 คน วานนี้ (30 มิ.ย.) ได้รับการอนุมัติจาก"ผู้ใหญ่"เพื่อขอให้นายปิยสวัสดิ์ ออกมาชี้แจงการเข้าไปบริหารปตท.โดยบอร์ดใหม่ของปตท. และเพื่อสร้างความโปร่งใสต่อสังคมจะได้รับรู้และเข้าใจว่าบอร์ดใหม่ปตท.จะมีบทบาทอย่างไรจากนี้ไป
"สำหรับกรรมการปตท.ที่แต่งตั้งมาแล้วนั้นทาง"ผู้ใหญ่"ยืนยันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น เพราะการคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นบอร์ดปตท.ครั้งนี้ถือว่าได้คัดสรรผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามา " หากจะมีการต่อต้านหรือกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ได้ขอให้นายปิยสวัสดิ์เร่งออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจ
กลุ่มต่อต้านค้าน3กรรมการนั่งปตท.
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 10.00 น. วานนี้ (30ก.ค.) กลุ่มเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย ซึ่งนำโดย พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ได้รวมตัวกันแต่งชุดดำหน้ากองทัพบก เพื่อคัดค้านการที่ คสช.ที่แต่งตั้งบอร์ด ปตท. ซึ่งมีนายปิยสวัสดิ์ นายพรชัย และนายคุรุจิต มาดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ก.ค. นี้ โดยกล่าวหาว่าทั้ง 3 คนว่า มีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในสายตาประชาชน และมีการโจษจันอย่างแพร่หลายในสังคมออนไลน์ หากแต่งตั้งเข้าไปเป็นบอร์ด ปตท.จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของ คสช. พร้อมทั้งระบุถึงการทำงานในอดีตว่าสร้างความเสียหายให้ประเทศ เช่นการถ่ายโอนทรัพย์สินของ กฟผ.ไปให้บริษัทเอ็กโก กรุ๊ปและบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด(มหาชน) รวมทั้งการอนุมัติสัมปทานรอบที่ 20 ในสมัยที่นายปิยสวัสดิ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่าเป็นการขายสมบัติชาติให้ต่างประเทศ









