วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มกอช.'ยกเครื่องตลาดค้าสัตว์น้้ำลดกีดกันการค้า

"มกอช." ยกเครื่องสะพานปลา ท่าเทียบเรือ ตลาดกลางซื้อขายสัตว์น้ำให้ตปท.ยอบรับ สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่าปัจจุบันประเทศผู้นำเข้าสินค้าสัตว์น้ำรายใหญ่ทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป (EU) แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสุขอนามัยของสินค้าสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น พร้อมเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบคุณภาพสินค้าสัตว์น้ำ ตั้งแต่ขั้นตอนการจับสัตว์น้ำ การขนย้าย การคัดเลือกและตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบก่อนนำเข้าเพื่อการแปรรูป รวมถึงสุขอนามัยของท่าเทียบเรือ สะพานปลา และตลาดกลางซื้อขายสัตว์น้ำ

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงที่มีกว่า 264 แห่ง และตลาดกลางสินค้าสัตว์น้ำ 8 แห่ง ให้ได้มาตรฐานตามที่ประเทศคู่ค้ากำหนด กระทรวงเกษตรฯ จึงได้จัดทำร่างมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่อง การปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดีสำหรับท่าเทียบเรือ สะพานปลา แพปลา และตลาดกลางซื้อขายสัตว์น้ำขึ้น ผลักดันให้เป็นมาตรฐานบังคับ

ทั้งนี้ เพื่อให้สัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ผ่านสถานประกอบการดังกล่าวมีความปลอดภัย เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันมาตรฐานนี้ ยังช่วยป้องกันปัญหากีดกันทางการค้าของประเทศผู้นำเข้าสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากไทย ซึ่งอนาคตคาดว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับสินค้าสัตว์น้ำของไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

“ท่าเทียบเรือ สะพานปลา และตลาดกลางสินค้าสัตว์น้ำส่วนใหญ่กระจายอยู่ตามพื้นที่ชายทะเลและปากแม่น้ำ แต่ละปีมีการซื้อขายสินค้าสัตว์น้ำ เช่น ปลา กุ้ง หอย และหมึก ผ่านท่าเทียบเรือกว่า 1.3 ล้านตัน ถือเป็นด่านแรกที่รองรับผลิตผลสัตว์น้ำจากเรือประมงและเกษตรกร เพื่อขนถ่ายและส่งต่อไปยังตลาดปลายทางซึ่งจุดนี้มีโอกาสที่สินค้าสัตว์น้ำจะเกิดการปนเปื้อนหากขนถ่ายสินค้าไม่ระมัดระวัง ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงสะพานปลา ท่าเทียบเรือ และตลาดกลางสัตว์ให้ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของประเทศผู้นำเข้า” นายศักดิ์ชัย กล่าว

นายศักดิ์ชัย กล่าวว่าขณะนี้กระทรวงเกษตรฯได้เปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะต่อร่างมาตรฐานการปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดีสำหรับท่าเทียบเรือ สะพานปลา แพปลา และตลาดกลางซื้อขายสัตว์น้ำ เพื่อจะได้ปรับปรุงร่างมาตรฐานฯนี้ให้สมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับและให้อยู่ในแนวทางที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม ก่อนนำให้คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรพิจารณารับรองและประกาศเป็นมาตรฐานบังคับของประเทศ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถประกาศบังคับใช้มาตรฐานนี้ได้ปี2558

“ที่ผ่านมา กลุ่มอียูเคยส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมงมาตรวจสอบกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมประมงของไทย โดยตรวจสอบกลุ่มสินค้าปลาและหอยทั้งระบบ ตั้งแต่การขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำลงจากเรือประมงที่ท่าเทียบเรือ และตลาดกลางสินค้าสัตว์น้ำ ตลอดจนขั้นตอนการแปรรูปในโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อประเมินมาตรการด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมสินค้าประมง ว่ามีความเหมาะสมในการส่งออกไปยังกลุ่มอียูหรือไม่ อนาคตเชื่อว่ามาตรฐานนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าได้” นายศักดิ์ชัย กล่าว