วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus_240657

มาตรการควํ่าบาตรของ EU กดดันหุ้นกลุ่มส่งออก แนะนำสะสมหุ้นพลังงานและค้าปลีกแทน

SET View

ประเด็นหลัก ตลาดหุ้นไทยวันนี้จะได้รับแรงกดดันจากการที่ EU ได้ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ไทยลง และเลื่อนการลงนามในข้อตกลงกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองกับไทยภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (PCA) ที่มีการลงนามย่อเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการค้า การลงทุน การเกษตร การท่องเที่ยว เรามองว่าการประกาศจุดยืนของ EU ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบทั้งด้านจิตวิทยาการลงทุนเชิงลบและด้านปัจจัยพื้นฐานพื้นฐานต่อหุ้นในกลุ่มส่งออกและท่องเที่ยวเป็นหลัก จากข้อมูลกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศพบว่าการค้าระหว่างไทยกับ EU ในปี 2556 มีมูลค่าราว 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.48 ล้านล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน 9.4% ของมูลค้าการค้ารวมของไทย ทำให้เรายังคงมองว่านักลงทุนต่างชาติจะยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบให้ SET พักตัวในระยะสั้นได้

HSBC Holdings ได้ประกาศ PMI ภาคการผลิตของจีนในเดือนมิ.ย.เพิ่มสูงขึ้นเป็น 50.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน แสดงให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ขณะที่ทางฝั่งยุโรปโดยรวมยังคงฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปจากแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจเยอรมนีที่ได้ประกาศดัชนี PMI ที่ระดับ 54.2 และฝรั่งเศสที่ระดับ 48.0 นอกจากนี้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ส่งสัญญาณว่าจะยังคงระดับดอกเบี้ยที่ตํ่าไว้ถึงสิ้นปี 2559 เพื่อกระตุ้นการปล่อยกู้แก่ภาคเอกชนในระยะยาว

กลยุทธ์การลงทุน วันนี้เราเชื่อว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก (เกษตร อาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์) และ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน (นิคมอุตสาหกรรม) จะถูกกดดันจากข่าวการควํ่าบาตรของ EU อย่างไรก็ดี เรามองการปรับลงของ SET ในระยะสั้นเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นที่ยังมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยแนะนำ ซื้อสะสม หุ้นกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP EGCO) ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อยและยังมีปัจจัยบวกจากราคานํ้ามันที่สูงขึ้นจากวิกฤตสงครามในอิรักที่ยังคงรุนแรงเพิ่มขึ้น รวมถึงหุ้นค้าปลีก (CPALL HMPRO GLOBAL KAMART) ซึ่งยังมีปัจจัยบวกการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (SPALI AP SIRI)

Stock Picks

PTTEP (+) ปัญหาความรุนแรงในอิรักยังคงส่งผลให้ราคานํ้ามันดิบในตลาดโลกปรับขึ้นต่อเนื่องโดยล่าสุดราคานํ้ามันดิบปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 106 เหรียญต่อบาร์เรล (QTD) เพิ่ม 5% YoY ในช่วง 1 – 2 เดือน เรามองว่าราคานํ้ามันยังเป็นทิศทางขาขึ้นจากความต้องการใช้นํ้ามันในภูมิภาคและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ PTTEP เนื่องจากรายได้จากการขายนํ้ามันมีสัดส่วนมากถึง 53% ทำให้เป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการปรับเพิ่มของราคานํ้ามันดิบ ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside เมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสม แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 198.00 บาท

SCP (+) ผลจากการทำ Radar Screening เราพบว่า SCP มีคุณสมบัติเบื้องต้นที่โดดเด่น จากผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่องและความสามารถในการทำกำไรเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องปัจจุบันสูงกว่า 30% สถานะทางการเงินแข็งแกร่งหนี้สินต่อทุนตํ่ากว่า 0.5 เท่า นอกจากนี้ SCP ยังเป็นผู้นำเสาเข็มและเสาไฟฟ้าที่คาดว่าจะเห็นการขยายตัวที่ชัดเจนในอนาคต ปัจจุบันหุ้น SCP ซื้อขายที่ Trailing PER 7.5 เท่า (3 ปี) ตํ่ากว่า ค่าเฉลี่ย 10 เท่าของบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายคลึงกัน ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” มูลค่าเหมาะสม 12.30 บาท

Technical Plays

ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดเป็นแนวโน้มพักตัว ยืนเหนือระดับ 1460 จุด หรือระดับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน ยังเป็นแนวโน้มพักตัวทางขาขึ้น คาดว่าดัชนีหุ้นจะเป็นแนวโน้มแกว่งตัวกรอบแคบ 1-2 วัน อยู่ในกรอบ 1460-1475 จุด มีแนวต้านที่ 1480 จุด แนวรับ 1460 จุด

PTT

ราคาปิดเป็นแนวโน้มทางขาขึ้นยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย10 วันราคายังอยู่ระดับตํ่า แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านได้