กังวลเรื่องภาษี Capital Gain ลดความกดดันระยะสั้น แนะนำ ทยอยซื้อ หุ้น Laggard
SET View
ประเด็นหลัก ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในวันนี้ เราคาดว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยนักลงทุนมีความความกังวลลดลงหลังจากที่ผู้กำกับดูแลตลาดทุนได้ออกมาให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีจากการกำไรที่ลงทุนในหลักทรัพย์ (Capital Gain Tax) ที่มีกระแสข่าวมาตั้งแต่กลางสัปดาห์ โดยระบุว่าการจัดเก็บภาษียังไม่ควรดำเนินการในช่วงนี้เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย อีกทั้งยังต้องพิจารณารายละเอียดโครงสร้างของนักลงทุนทุกกลุ่ม โดยตลาดหลักทรัพย์ฯจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 3- 6 เดือน เพื่อเสนอกรอบการศึกษาให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา
อย่างไรก็ตาม เรามองว่านักลงทุนต่างชาติจะยังไม่กลับมาซื้อสุทธิหุ้นขนาดใหญ่ในระยะใกล้ ตราบใดที่ คสช.ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของ 1) การประกาศโรดแมพเศรษฐกิจ 2) ระยะเวลาในการทบทวนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และ 3) กำหนดการใหม่ในการประมูลคลื่นความถี่และโครงการโทรคมนาคมอื่นๆ ทั้งนี้เรามองการปรับฐานที่ผ่านมาเป็นโอกาสในการทยอยเข้าซื้อเพื่อรอความคืบหน้าที่ คสช.จะประกาศออกมา
กลยุทธ์การลงทุน การแกว่งตัวของ SET ยังอยู่ในกรอบแคบ เราจึงแนะนำให้เลือกลงทุนหุ้นเป็นรายตัว โดยประเด็นอุตสาหกรรมที่ต้องติดตามในช่วงนี้ ได้แก่ ผลกระทบจากแรงงานกัมพูชาเดินทางกลับประเทศ ที่จะมีผลต่อธุรกิจที่มีการใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ดี เราประเมินว่าผลกระทบจะมีค่อนข้างจำกัด โดยการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปตามแผนของผู้ประกอบการ แนะนำให้เก็งกำไรในหุ้น SIRI และ RML ที่ราคายังไม่ปรับขึ้นมามากและมี upside ที่สูงถึง 20% ส่วนกลุ่มสื่อสารที่ถูกกระทบจิตวิทยาเชิงลบจากการเลื่อนประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ทำให้ราคาหุ้นหลายตัวปรับลงมาอย่างรวดเร็วแต่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง เรามองเป็นโอกาสซื้อสะสมหุ้นที่มีผลตอบแทนเงินปันผลสูง เช่น INTUCH (คาดจ่ายปันผลงวด 1H57 หุ้นละ 2.30 บาท) ADVANC (คาดจ่ายปันผลงวด 1H57 หุ้นละ 6.20 บาท) หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉพาะงวดระหว่างกาลที่ 3% ส่วน TRUE เรามองว่าราคาหุ้นปรับขึ้นมาร้อนแรงเกินไป เมื่อเทียบกับ JAS ที่ยัง Laggard กว่ามาก
Stock Picks
JAS (+) เรามองว่าราคาหุ้น Laggard เกินไปเมื่อเทียบกับ TRUE ขณะที่ JAS ยังมีปัจ จัยบวกในระยะสั้นจากแนวโน้มกำไรของไตรมาสที่ 2 ที่เราคาดว่าจะเป็นสถิติใหม่ แม้ว่าการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) จะช้าไปจากกำหนดการเดิมแต่เราไม่คิดว่าจะกระทบฐานะการเงินเพราะกระแสเงินสดจากธุรกิจหลักในช่วง 2 ปีนี้ยังเติบโตดี และหากการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่า 6-7 หมื่นล้านบาทสำเร็จ JAS จะได้รับเงินสุทธิไม่ตํ่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท สามารถรองรับการขยายธุรกิจหลัก Broadband Internet โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า FTTX ได้อย่างดี และยังมีโอกาสจ่ายเงินปันผลปีนี้สูงกว่าปกติหากตั้ง IFF สำเร็จ ทั้งนี้ JAS จะเริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนจะเริ่มสัปดาห์หน้า แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 11.20 บาท
SAMART (+) แม้ว่าจะมีความกังวลเรื่องการชะลอการให้คูปองดิจิตอลทีวีล่าช้าออกไปกว่าเดิม แต่เราเชื่อว่าจะกระทบกับ SAMART ไม่มาก และเชื่อว่า กสทช. จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านระบบการรับชมดิจิตอลทีวีเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับลงได้สะท้อนปัจจัยลบไปบ้าง และมองว่าราคาหุ้นตอนนี้เป็นระดับที่น่าลงทุนจากโอกาสได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐต่อยอดการเติบโตในอนาคต ซึ่งแม้ว่ายังไม่รวมโครงการใหม่ๆที่รอประมูลที่จะหนุนรายได้ของ SAMTEL ให้เติบโตของกำไรปี 2557-2558 ยังสูงเฉลี่ย 20% ราคาหุ้นยังไม่แพง PE ปี 2557 ที่ระดับ 11 เท่า อีกทั้งยังมีผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 5% ต่อปี แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 26.90 บาท
Technical Plays
ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดบวกมาที่ระดับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 1465 จุด คาดว่าดัชนีหุ้นจะเป็นแนวโน้มแกว่งตัวกรอบแคบ 1-2 วัน จะแกว่งตัวในกรอบ 1445-1465 จุด กรณียืนเหนือ 1465 จุด จึงจะเป็นแกว่งตัวขึ้นระยะสั้น มีแนวต้านที่ 1480 จุด แนวรับ 1445 จุด (เส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน)
CPALL
ราคาปิดเป็นแนวโน้มพักตัว2วันทางขาขึ้นยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย10 วันมีวอลุ่มเด่น4วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน









