วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เจาะเทรนด์ธุรกิจความงาม'สวยด่วน'บูม

ชี้เทรนด์ธุรกิจความงาม'สวยด่วน'บูม นักการตลาดแนะเร่งสร้างแบรนด์

ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพและความงาม ส่งผลธุรกิจดังกล่าวยังคงขยายตัวสูงท่ามกลางความผันผวนและปัจจัยลบในตลาด "มายด์แชร์" ระบุธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตสูงกว่า 43% ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทั้งสำรวจตลาดพบพฤติกรรมผู้บริโภคนิยมสวยจากภายใน เน้นซื้อสินค้า "ออลอินวัน-สวยด่วน" นักการตลาดและผู้ประกอบการต้อง "เร่งสร้างแบรนด์" ช่วงชิงตลาดอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้คู่แข่งจำนวนมาก

ณัฐา ปิยะวิโรจน์เสถียร ผู้จัดการการวางแผนและพัฒนาธุรกิจ มายด์แชร์ ผู้ดำเนินธุรกิจเอเยนซีเครือข่ายด้านการตลาดและการสื่อสารในประเทศไทย กล่าวว่า จากการสำรวจความต้องการด้านความงามของกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงไทย พบว่า ผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะย่านในเมืองเน้นซื้อผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ตอบโจทย์การเห็นผลจากการใช้งานที่มีประสิทธิภาพภายในเวลาอันรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ความต้องการดังกล่าว เป็นผลจากสภาพแวดล้อมและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้มองหาผลิตภัณฑ์ความงามที่ช่วยประหยัดเวลาการใช้งาน ตลอดจนสามารถรวบรัดขั้นตอน เช่น สินค้า "ออลอินวัน" ซึ่งทำหน้าที่บำรุงผิวได้ในสินค้าชิ้นเดียว ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิวหน้า ที่มีฟังก์ชั่นลดเลือนริ้วรอย ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ รวมถึงเพิ่มความกระจ่างใส

ขณะเดียวกัน ยังแนะนำแบรนด์และนักการตลาดหลายค่ายว่า ควรสื่อสารแบรนด์ให้มีความขัดเจน ตรงประเด็นและเข้าใจง่าย รวมถึงสามารถทำให้ผู้บริโภคนำข้อมูล คอนเทนท์จากการสื่อสารของแบรนด์ไปใช้หรือส่งต่อได้อย่างสะดวก

“แบรนด์ควรเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสื่อสารและพูดคุยตอบโต้กับแบรนด์ได้มากขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีแก่ลูกค้า ทั้งยังช่วยลดโอกาสการพูดถึงแบรนด์ในแง่ลบได้”

ผนึกพันธมิตรเพิ่มมูลค่าแบรนด์

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องมีการเพิ่มมูลค่าให้แบรนด์ผ่านการร่วมมือระหว่างพันธมิตร หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างแบรนด์ เช่น การจับมือกับดีไซเนอร์ชื่อดังออกแบบสินค้า

"ถือเป็นการสร้างความพิเศษและแปลกใหม่ ที่ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้อยากทดลองใช้และซื้อผลิตภัณฑ์มาครอบครองมากยิ่งขึ้น"

ส่วนการใช้สื่อออฟไลน์และออนไลน์ในลักษณะการผสมผสาน ถือว่ายังมีความสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยแบรนด์จะต้องใช้วิธีการดึงความสนใจจากช่องทางหนึ่งไปสู่ช่องทางหนึ่ง ตลอดจนการเลือกใช้คอนเทนท์ให้เหมาะสมกับช่วงเวลาการสื่อสารและกลุ่มวัยของผู้บริโภค

ลูกค้า7ใน10ใช้บริการความงาม

สำหรับข้อมูลสถิติด้านความงามเพิ่มเติม พบว่า ผู้หญิงในเมืองกว่า 7 ใน 10 ราย เลือกจัดสรรเงินส่วนหนึ่งใช้บริการกับสถานความงาม ในลักษณะสวยด่วนแบบไม่พึ่งมีดหมอ อาทิ โบท็อกซ์ ปรับสีผิว และฉีดร่องแก้ม เพื่อการดูแลรูปลักษณ์และความงามของตน โดยมีค่าใช้จ่ายความงามเฉลี่ย คนละ 1,000 บาท รับบริการไม่เกิน 10 นาที

คาดว่าจากกระแสการบริโภคความงามแบบสวยด่วนดังกล่าว จะส่งผลให้ธุรกิจด้านความงามมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย กว่า 10% ต่อปี

อย่างไรก็ดี ตลาดรวมของธุรกิจด้านสุขภาพความงามที่ผ่านมา มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.49 แสนล้านบาท จากปี 2551 มีมูลค่ากว่า 1.04 แสนล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตถึง 43% ภายในระยะเวลากว่า 5 ปี หรือ ตั้งแต่ปี 2551-2556

ทั้งนี้ ผลสำรวจดังกล่าวเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยจัดเก็บข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่าง 15 ราย ที่มีอายุระหว่าง 25-39 ปี ประกอบกับข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านความงามในไทย รวมถึงการวิเคราะห์จากฐานข้อมูลมายด์แชร์

000

(ล้อมกรอบ)

ชี้ความภักดีแบรนด์ลดลงลูกค้ากล้าลองสินค้าใหม่

พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าความงามของผู้บริโภคในแต่ละวัย จะค่อนข้างแตกต่างกันอยู่บ้าง อาทิ กลุ่มวัยรุ่น ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ได้มีกำลังทรัพย์ หรือรายได้มากนัก จึงเป็นผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการหาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าอย่างถี่ถ้วน ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต หรือการรับรู้ข้อมูลของการแชร์ประสบการณ์จากคนอื่นๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้านั้นมีความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่วัย 30 ปีขึ้นไป จะเป็นผู้บริโภคที่มีความรู้เกี่ยวกับความต้องการบำรุงความงามของตนในระดับหนึ่ง จึงเลือกใช้ข้อมูลจากสื่อเพื่อเป็นส่วนเสริมประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า

จากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคกว่า 80% จะให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของผู้อื่นค่อนข้างมาก ดังนั้นการสร้างแบรนด์ด้วยคอนเทนท์ที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนให้ผลลัพธ์ที่ดีและรวดเร็ว เพื่อก่อให้เกิดความพึงพอใจและแชร์ประสบการณ์บอกต่อของผู้บริโภคได้มากขึ้น

“ปัจจุบัน ผู้หญิงมองการเลือกซื้อและเลือกทดลองใช้เครื่องสำอางเป็นเรื่องสนุก จึงมีพฤติกรรมกล้าลองแบรนด์ใหม่มากขึ้น จนทำให้แนวโน้มของความจงรักภักดีต่อแบรนด์ลดลงได้เช่นกัน”

นอกจากนี้ ผู้บริโภคเชื่อว่าการมีภาพลักษณ์ที่สวยงาม จะช่วยส่งเสริมชีวิตในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การได้รับโอกาสในเรื่องหน้าที่การงาน หรือการได้รับคำชมจากคนรอบข้าง ซึ่งนิยามความงามของผู้หญิงในปัจจุบันอาจไม่ได้ยึดติดแค่เรื่องหน้าตา แต่ยังรวมไปถึงการมีบุคลิกภาพที่ดี การใส่ใจและดูแลตนเอง และความสามารถในการทำงานประกอบกัน