กสทช.ยอมส่งคลัง5หมื่นล้าน ยันคสช.'ไม่ระงับ'แจกคูปองทีวีดิจิทัล ชี้เสียโอกาสเหตุแจกคูปองล่าช้า
กสทช.เร่งแจงข้อมูลแจกคูปองทีวีดิจิทัล ระบุคสช.ไม่มีนโยบาย"ระงับหรือยกเลิก"โครงการ แค่ชะลอเพื่อตรวจสอบแผนดำเนินการ ด้านเลขาธิการกสทช. เผยไม่ขัดหากคสช.ต้องการนำรายได้จากการประมูลทีวีดิจิทัลกว่า 5 หมื่นล้าน ส่งเข้าคลัง ผู้ประกอบการวอนคสช."คืนความสุขคนไทยดูทีวีดิจิทัล" หวังแจกคูปองได้ภายในเดือนก.ค.-ส.ค.นี้ หวั่นกระทบแผนธุรกิจเสียโอกาสหารายได้โฆษณา
หลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีหนังสือลงวันที่ 17 มิ.ย.2557 ถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ "ชะลอ" การดำเนินโครงการ 4 โครงการ 1.การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ มูลค่า 2.32 หมื่นล้านบาท 2. การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ มูลค่า 1.97 หมื่นล้านบาท 3.โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการสังคม (USO) มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท และ 4.โครงการสนับสนุนช่วยเหลือการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล ด้วยการแจกคูปองส่วนลดให้ครัวเรือนไทยทั่วประเทศ มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า วานนี้ (18 มิ.ย.) คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ซึ่งเป็นคณะทำงาน คสช. มีคำสั่งให้สำนักงาน กสทช. ส่งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัล ทั้งมติคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มติคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) รวมทั้งมติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโครงการนี้ ซึ่งสำนักงานได้จัดส่งรายละเอียดแล้ว
สำหรับโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัล บอร์ด กสท. เสนอกำหนดมูลค่าคูปองส่วนลด ที่ 1,000 บาท เพื่อนำไปใช้แลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัล 4 ประเภทคือ จอทีวีระบบดิจิทัล (iDTV) กล่องรับสัญญาณระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน (DVB-T2) กล่องรับสัญญาณดาวเทียม (DVB-S2) และกล่องรับสัญญาณเคเบิล (DVB-C) ขณะที่บอร์ดกองทุนฯ มีมติเห็นชอบมูลค่าคูปองส่วนลดที่ 1,000 บาท เพื่อแจกให้กับครัวเรือนไทยทั้งที่อยู่ในทะเบียนราษฎร และนอกทะเบียนราษฎร 25 ล้านครัวเรือน รวมมูลค่า 25,000 ล้านบาท
กสทช.แจงไม่ระงับโครงการคูปอง
นายฐากร กล่าวว่า หนังสือของ คสช. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. เป็นการสั่งให้ชะลอการดำเนินโครงการชั่วคราว "ไม่ใช่การสั่งระงับหรือยกเลิก" โดยเฉพาะโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศหลักเกณฑ์ การประมูลทีวีดิจิทัล ประเภทบริการธุรกิจ 24 ช่อง ที่กำหนดให้นำเงินจากการประมูลในส่วนของราคาขั้นต่ำ นำไปใช้สนับสนุนให้ประชาชนได้รับบริการทีวีดิจิทัลอย่างทั่วถึง
โครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัลดังกล่าวพบว่ามีผู้ร้องเรียนไปยัง คสช.ทั้งองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการกำหนดมูลค่าคูปองส่วนลดที่ 1,000 บาท ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลบางรายคัดค้านแนวทางการใช้คูปองส่วนลดแลกซื้อกล่องดาวเทียม
ดังนั้น คตร. จึงต้องการตรวจสอบรายละเอียดโครงการเพื่อความโปร่งใส และคลายความสงสัยจากภาคประชาชนในการดำเนินโครงการ ทั้งนี้ "มั่นใจ" ว่า กสทช.สามารถชี้แจงขั้นตอนการดำเนินโครงการแก่ คตร. และ คสช. ให้เข้าใจรายละเอียดและความจำเป็นในการสนับสนุนการแจกคูปองให้ประชาชนรับชมทีวีดิจิทัล
"ไม่ขัด" ส่งเงินประมูลเข้าคลัง
นายฐากร กล่าวว่า วานนี้ (18 มิ.ย.) ได้หารือกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพิ่มเติม จากการสอบถามความเป็นไปได้ที่สตง. เสนอให้ กสทช. นำเงินที่ได้จากการประมูลในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมทั้งการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล บริการธุรกิจ 24 ช่อง มูลค่า 50,862 ล้านบาท ส่งให้กระทรวงการคลัง เพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน
ทั้งนี้ กสทช. ไม่ขัดข้องหาก คสช. ต้องการให้ส่งรายได้กิจการกระจายเสียงเข้าคลัง และพร้อมรับเงื่อนไขดังกล่าว แต่ คสช. ต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งต้องรับเงื่อนไขดำเนินโครงการสนับสนุนประชาชน ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ภาคพื้นดิน ด้วยการแจกคูปองส่วนลด ซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัลให้กับครัวเรือนไทยทั่วประเทศ ไปดำเนินการด้วย เนื่องจาก กสทช. ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์การประมูลและแจ้งต่อสาธารณะไปแล้ว
"ทีวีดิจิทัล" ร้อง คสช.เร่งแจกคูปอง
ขณะเดียวกัน วานนี้ (18 มิ.ย.) นางจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ได้ยื่นหนังสือต่อบอร์ด กสทช. เพื่อขอให้สนับสนุนโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัลที่มูลค่า 1,000 บาท เนื่องจากเป็นมูลค่าที่สามารถซื้อกล่องรับสัญญาณคุณภาพสูงและรับประกันสินค้า 3 ปี ตามสเปคที่ สำนักงาน กสทช.กำหนด อีกทั้งเห็นด้วยตามมติบอร์ด กสท. ที่กำหนดให้คูปองส่วนลด สามารถแลกซื้ออุปกรณ์ 4 ประเภท คือ จอทีวีระบบดิจิทัล กล่องดิจิทัลภาคพื้นดิน กล่องดาวเทียม และกล่องเคเบิล
ในนามตัวแทนของสมาชิกสมาพันธ์ฯ ซึ่งมีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลรวมอยู่ด้วย ขอร้องให้ คสช. เร่งพิจารณารายละเอียดโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัลโดยเร็ว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ได้ชี้แจงข้อมูล ปัญหา และผลกระทบจากกระบวนการแจกคูปองทีวีดิจิทัลล่าช้า
"ต้องการให้ คสช. คืนความสุขให้ประชาชน สามารถรับชมทีวีดิจิทัลโดยเร็ว โดยเร่งพิจารณาแจกคูปองส่วนลดภายในเดือนก.ค.- ส.ค.นี้ เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้รับผลกระทบ เนื่องจากฐานผู้ชมไม่เพิ่มขึ้น จากโครงการคูปองที่ล่าช้า ทำให้เสียโอกาสในการหารายได้จากโฆษณา" นางจำนรรค์ กล่าว
ทั้งนี้ การแจกคูปองทีวีดิจิทัลล่าช้า ได้ส่งผลกระทบทั้งผู้ชมที่ต้องการดูทีวีดิจิทัลช่องใหม่ ทำให้บางกลุ่มไม่รอคูปอง โดยยอมจ่ายเงินเพื่อซื้ออุปกรณ์มาติดตั้งเอง ทำให้กลุ่มนี้เสียโอกาสจากการสนับสนุนตามที่ระบุไว้ในประกาศหลักเกณฑ์การประมูล ขณะที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เสียโอกาสจากการหารายได้โฆษณา และแบกรับต้นทุนสูง
แจงตัวเลขเสียหายเพิ่มขึ้น 30%
ทั้งนี้ ในการเข้าพบบอร์ดกองทุน กทปส. เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2557 นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์บรอดคาสติ้ง จำกัด ผู้บริหารทีวีดิจิทัล ช่องพีพีทีวี ช่อง36 ในนามสมาชิกสมาพันธ์ฯ และ สมาชิกชมรมผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ได้จัดทำผลวิเคราะห์ประเมินตัวเลข ผลกระทบด้านต้นทุนและการเสียโอกาสในการหารายได้ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล จากการแจกคูปองทีวีดิจิทัลล่าช้า
จากการคำนวณความเสียหายพบว่าช่องทีวีดิจิทัล ความคมชัดสูง หรือ HD รวม 7 ช่อง เสียหาย 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ช่องSD 7 ช่อง เสียหาย 700 ล้านบาทต่อเดือน ช่องข่าว 7 ช่องเสียหาย 500 ล้านบาทต่อเดือน และช่องเด็ก 3 ช่อง เสียหาย 300 ล้านบาทต่อเดือน รวมทั้งหมด 24 ช่อง เสียหาย 2,500 ล้านบาทต่อเดือน
นายสุรพล พีรพงศ์พิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัลทีวี และบริษัทจีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัลทีวี จำกัด ผู้ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ช่องวัน และช่องบิ๊ก กล่าวว่าในเดือนมิ.ย. นี้ ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัลเกือบทุกช่อง ได้นำเสนอผังรายการใหม่ เนื่องจากเห็นว่า กสทช.ได้กำหนดแผนการแจกคูปองไว้ราวเดือนก.ค.-ส.ค.นี้
ภายใต้แผนการปรับผังรายการใหม่ของทีวีดิจิทัลช่องต่างๆ ส่งผลให้มีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่องเอชดี หากประเมินความเสียหายจากการเสียโอกาสจากการหารายได้ของทีวีดิจิทัลทั้ง 24 ช่องรวมกัน จะเพิ่มขึ้นจากเดือนละ 2,500 ล้านบาท อีกราว 30% อันเป็นผลมาจากโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัลล่าช้า ทำให้ฐานผู้ชมที่รับชมทีวีดิจิทัลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย








