วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market focus_170657

นลท.สถาบันกลับมาซื้อ Big Cap. หนุน SET ระยะสั้น หุ้นที่มี upside จำกัดควรทำกำไร

SET View

ประเด็นหลัก เรามองการดีดขึ้นของ SET วานนี้ยังคงเปราะบางเนื่องจาก 1) แรงซื้อกระจุกตัวอยู่ในหุ้น Big cap รายตัวในกลุ่มพลังงาน ที่ได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นของราคานํ้ามันจากสถานการณ์รุนแรงในอิรัก และหุ้นในกลุ่ม ICT ที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังราคาปรับลงไปมากในช่วงสัปดาห์ก่อน 2) มูลค่าการซื้อขายเบาบางลง โดยมีวอลุ่มเทรดที่ระดับ 3.8 หมื่นล้านบาท ตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยในระยะสัปดาห์ที่ 5.4 หมื่นล้านบาท 3) ทิศทางการไหลเข้าของกระแสเงินทุนต่างชาติยังมีความไม่แน่นอน สะท้อนจากการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ 5 วันติดต่อกัน นอกจากนี้เรามองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยสำคัญทั้งภายในและภายนอกประเทศที่อาจทำให้ SET พักตัวลงได้ในช่วงสั้น ได้แก่ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาพลังงาน แนวทางการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และผลการประชุมเฟดในวันนี้และวันพรุ่งนี้ (17-18 มิ.ย.) เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ

กลยุทธ์การลงทุน เรามองว่า SET อาจมีการพักตัวในระยะสั้นหลังจากที่ราคาได้ปรับขึ้นมารับรู้ความคาดหวังของการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยใน 2H57 บางส่วนแล้ว โดยเราแนะนำให้เริ่มทยอยขายทำกำไรในหุ้นที่ราคาได้ปรับขึ้นมาสูงจากต้นปีมากและมี upside จำกัด ได้แก่ กลุ่ม ICT (TRUE ADVANC DTAC) กลุ่มสื่อสาร (VGI WORK MAJOR) กลุ่มรับเหมา (STEC ITD CK) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (LPN PS) และแนะนำให้เปลี่ยนมาลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีก (CPALL GLOBAL HMPRO KAMART) และ กลุ่มท่องเที่ยว (AOT MINT CENTEL) ที่จะได้รับประโยชน์จากการบริโภคที่เริ่มฟื้นตัวและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว สำหรับการลงทุนระยะกลาง เรายังคงมุมมองแนวโน้ม SET ในเดือนนี้ยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น และมีโอกาสปรับขึ้นไปแกว่งตัวในกรอบ 1,500 - 1,520 จุด โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่ตํ่ากว่า 1,450 จุด ชุดหุ้นที่แนะนำ "ซื้อสะสม" ได้แก่ BBL KBANK PTTEP TOP EGCO INTUCH SAMART SPALI CPALL

Stock Picks

THCOM (+) เรามองว่าราคาหุ้นยังไม่สะท้อนปัจจัยบวกแนวโน้มผลประกอบการ 2Q57 ที่เราคาดว่าจะเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ด้วยกำไรจากธุรกิจปกติ 439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY และ 27% QoQ จากรายได้รวมเพิ่มขึ้นตามรายได้ธุรกิจดาวเทียมไทยคม 5 และ 6 และเชื่อว่ากำไรของ THCOM จะเติบโตต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ นอกจากนี้หุ้นยังมีประเด็นบวกหากมีการทำเซ็นสัญญาเป็นทางการกับ China Telecom และ Synertone เพื่อรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จาก IPSTAR อีกทั้งยังมีโอกาสเห็นรายได้เติบโตในระยะยาวจากการยิงดาวเทียมไทยคม 7 ที่คาดว่าจะขึ้นสู่วงโคจรในเดือน ส.ค.นี้ เรามองว่าจะเป็นบวกต่อราคาหุ้น แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” มูลค่าเหมาะสม 43.00 บาท

AP (+) ผู้บริหารตั้งเป้ายอดขาย 6 เดือน ที่ระดับ 8.7 พันล้านบาท ซึ่งเรามองว่ามีความเป็นไปได้จากแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมีเนียม 3 แห่งใน 2Q57 ซึ่งน่าจะช่วยหนุนยอดขายให้เพิ่มต่อเนื่อง นอกจากนีบริษัทยังคงแผนเปิดโครงการในช่วงครึ่งปีหลังอีก 8 พันล้านบาท เรามองว่า AP มีจุดเด่นจาก แนวโน้มผลประกอบการที่จะโตต่อเนื่องตั้งแต่ 2Q57 และจะทำระดับสูงสุดใน 4Q57 ตามแผนการรับรู้รายได้จากสินค้าคอนโดมีเนียม 5 แห่ง พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลทั้งปีที่ 5% ให้ผลตอบแทนรวม 18% จากราคาปัจจุบัน แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 6.70 บาท

Technical Plays

ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดบวกเป็นรูปแบบขาขึ้นรอบใหม่หลังจากยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 1460 จุด คาดว่าดัชนีหุ้นจะแกว่งตัวขาขึ้นในกรอบ 1465-1480 จุด มีแนวต้านหลักแรกที่ 1485 จุด (ถ้าดัชนียังแกว่งตัวเหนือ 1460 จุด ยังเป็นแนวโน้มทางขาขึ้นอยู่)

BBL

ราคาปิดเป็นแนวโน้มพักตัว3 วันที่แนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน มีวอลุ่มเด่น 5 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน