โบรกแนะจับตา แผน"อาร์เอส" ชดเชยค่ากล่อง ชี้รายได้'อาร์เอส'สูงกว่าประเมิน
ประเมิน "อาร์เอส" ยังคงได้เปรียบ หลัง "กสทช." ยอมเยียวยาค่าเสียโอกาส เพื่อถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวี 64 แมทช์ แม้ต่ำกว่าที่เรียกร้อง แนะจับตาแผนการชดเชยค่ากล่องซันบ็อกซ์ให้กับลูกค้าที่ซื้อไปก่อนหน้านี้
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท อาร์เอส (RS) ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ (9 มิ.ย.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำราคาสูงสุดที่ 10 บาท และปรับตัวลดลงในวันที่ 10 มิ.ย. เนื่องจากนักลงทุนรอฟังคำสั่งศาล กรณี บริษัทอาร์เอสฟ้อง กสทช. เรื่องถ่ายทอดสดบอลโลก จากนั้นราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย. หลังจากศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามคำสั่งศาลชั้นต้น ตัดสินให้บริษัทชนะคดี ไม่ต้องถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวี โดย กสทช. ยอมชดใช้ค่าเสียโอกาสให้กับอาร์เอส เพื่อขอถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทางฟรีทีวี 64 แมทช์ โดยบริษัท เรียกค่าชดเชยสูงถึง 766 ล้านบาท
ล่าสุด วานนี้ (12 มิ.ย.) ราคาหุ้นมีความผันผวนระหว่างวัน โดยช่วงเช้าราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น มีมูลค่าการซื้อขายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็งกำไรกรณีที่กสทช.ยอมชดเชยค่าเสียโอกาส ส่วนในช่วงบ่าย ราคาหุ้นปรับลดลงเล็กน้อย หลังจาก กสทช. จ่ายค่าชดเชยเพียง 427 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่บริษัทเรียกร้อง และปิดการซื้อขายที่ 9.10 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า ระหว่างวันทำราคาสูงสุดที่ 9.60 บาท มูลค่าการซื้อขาย 652 ล้านบาท
กังขาชดเชยกล่องบอลโลก
นายดิษฐนพ วัธนเวคิน รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคเคเทรด กล่าวว่า อาร์เอส ได้รับเงินชดเชยค่าเสียโอกาสจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จำนวน 427.015 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่าที่อาร์เอสเรียกร้อง อย่างไรก็ตาม เป็นเงินชดเชยที่สูงกว่าฝ่ายวิจัยประเมินไว้เพียง 240 ล้านบาท
ทั้งนี้ เท่าที่ได้รับข้อมูล อาร์เอส ระบุค่าเสียโอกาสส่วนมาก สำหรับค่าเซตท็อปบ็อกซ์ในแบรนด์ "ซันบ็อกซ์" ที่ตั้งเป้าหมายขาย 1 ล้านกล่อง แต่ขายได้เพียง 4 แสนกล่อง เหลืออีก 6 แสนกล่อง ซึ่งบริษัทได้สั่งซื้อกล่องมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อสงสัยเรื่องการชดเชยให้กับผู้ที่ซื้อเซตท็อปบ็อกซ์ ของบริษัทไปแล้ว ว่าจะชดเชยให้กับลูกค้าอย่างไร และจะกระทบต่อต้นทุนของบริษัทเท่าไร นอกจากนี้ ยังมีเรื่องช่องของพีเอสไอ (PSI) และ ช่องทรูวิชั่นส์ ที่ซื้อลิขสิทธิ์
เขากล่าวเพิ่มว่า บริษัทยังคงแนะนำลงทุนในช่วงที่มีเทศกาลฟุตบอลโลก 2014 ให้กรอบราคา 9.30-11.60 บาท ในระยะยาว ฝ่ายวิจัยยังเชื่อว่าอาร์เอส ยังมีความเสี่ยง เพราะธุรกิจเพลงที่สร้างรายได้หลักกำลังอยู่ในช่วงขาลง รวมทั้งในครึ่งปีหลัง บริษัท อาร์เอส จะเริ่มมีต้นทุนจากธุรกิจทีวีดิจิทัลเกิดขึ้น ในระยะยาวจึงแนะนำถือเท่านั้น ราคาเป้าหมาย 8.10 บาท ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงประเมิน กำไรสุทธิทั้งปี 2557 ที่ 303 ล้านบาท
"เรื่องของการขายสปอนเซอร์ ฝ่ายวิจัยประเมินเป็นโอกาสของบริษัทมากขึ้น เนื่องจากยอดผู้ชม (EYE BALL) มีจำนวนมากขึ้น เพราะคอนเทนท์เข้าถึงผู้ชมทั่วประเทศ ไม่ใช่เพียงเฉพาะผู้ที่ซื้อกล่องเท่านั้น ทำให้ผู้ซื้อโฆษณามั่นใจในการซื้อเวลาโฆษณาเพิ่มขึ้นเช่นกัน"
ชี้มีโอกาสสร้างกำไรสูงกว่าเป้าเดิม
ด้าน นายกวี มานิตสุภวงษ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยไทย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า สถานการณ์ของอาร์เอส ยังถือว่าได้เปรียบ แต่ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขกำไรสุทธิของบริษัท อาร์เอส (RS) ที่จะปรับเพิ่มขึ้นจากการได้รับเงินชดเชยในครั้งนี้ได้ เนื่องจากมีเรื่องของลิขสิทธิ์ที่จำหน่ายให้กับ ทรู วิชั่นส์ และ พีเอสไอ ที่บริษัท อาร์เอส ต้องเจรจากับทั้ง 2 ช่องด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ บริษัท อาร์เอส เคยลดเป้าหมายกำไรจากฟุตบอลโลกจากเดิมที่ 120 ล้านบาท เหลือเพียง 85 ล้านบาท จากผลกระทบของการต่อสู้คดีการบังคับใช้กฎ MUST HAVE ของ กสทช. ซึ่งฝ่ายวิจัยได้มีการทบทวนปรับลดประมาณการไปแล้ว ดังนั้นการชนะคดีบอลโลก และสามารถดำเนินการแข่งขันบอลโลกได้ตามปกติ จะทำให้อาร์เอส สามารถทำกำไรจากบอลโลกได้ตามเป้าหมาย และหาก กสทช. สามารถเจรจาชดเชยค่าเสียหายกับอาร์เอส เพื่อถ่ายทอดสดบอลโลกทางฟรีทีวีทุกนัดได้สำเร็จ ประกอบด้วย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สี 22 นัด ช่อง 5 จำนวน 38 นัด และช่อง 8 ทีวีดิจิทัล 56 นัด ซึ่งเริ่มออกอากาศ 12 มิ.ย.-13 ก.ค. นี้ จะทำให้บริษัท อาร์เอส มีโอกาสสร้างกำไรจากบอลโลกสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ 120 ล้านบาท ถือเป็น Upside ส่วนเพิ่มเติมที่ไม่รวมในประมาณการของฝ่ายวิจัย
หวั่นสปอนเซอร์ขอคืนเงินค่าโฆษณา
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส กล่าวว่า จากการที่บอร์ด กทปส. ได้ชดเชยค่าเสียโอกาสให้บริษัท อาร์เอส จำนวน 427.015 ล้านบาทนั้น โดยรวมเป็นบวกกับอาร์เอส คือ แทนที่จะขายกล่องชมบอลโลกเพิ่มเติม จากที่ขายได้แล้วประมาณ 300,000 กล่องจากเป้าหมายทั้งหมดที่ 1,000,000 กล่อง อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้ที่ซื้อกล่องชมบอลโลกไปล่วงหน้า หรือ ผู้ที่จ่ายเงินมาลงโฆษณาหลัก 5 รายคือ โตโยต้า, โคคา-โคลา, เครื่องดื่มตราช้าง, กลุ่ม ปตท. และ AIS รวมทั้งกิจการที่มาขอถ่ายทอดบอลโลกต่อ เช่น TRUE VISION, PSI และ AIS 3G 2100 จะมีการมาขอเงินคืนจากอาร์เอสบางส่วนหรือไม่ ฝ่ายวิจัยจึงไม่ทำการวิเคราะห์หลักทรัพย์ดังกล่าว ในเชิงของการทำประมาณการกำไรสุทธิ
จากข่าวข้างต้นจะเป็นบวก ทำให้มีการเข้ามาเก็งกำไรอาร์เอสต่อได้ และการได้รับเงินชดเชยจาก คสช. อาจทำให้ต้องมีการปรับประมาณการกำไรอาร์เอสให้ดีขึ้น ราคาพื้นฐานตามความเห็นนักวิเคราะห์ส่วนมาก (IAA Consensus) อยู่ในช่วง 7.70-10.30 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ประเมินก่อนเกิดเหตุการณ์ข้างต้น









