"ลอตเต้ ชอปปิง โค"มีแผนเปิดชอปปิงมอลล์4สาขาในอินโดนีเซีย ภายในปี 2561
"ลอตเต้ ชอปปิง โค" ห้างสรรพสินค้ารายใหญ่สุดของเกาหลีใต้ มีแผนเปิดชอปปิงมอลล์ 4 สาขาในอินโดนีเซียภายในปี 2561 หวังจับกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น โดยครึ่งหนึ่งของประชากรอินโดนีเซียมีอายุไม่ถึง 30 ปี
ประธานอำนวยการบริษัท "พีที ลอตเต้ ชอปปิง อะเวนิว อินโดนีเซีย" "นายซู ชาง ซุก" บอกว่า บริษัทจะสร้างชอปปิงมอลล์ 2 สาขาในกรุงจาการ์ตา ในสามปีข้างหน้า ส่วนอีก 2 สาขาจะสร้างในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ และเมืองเมดาน บนเกาะสุมาตรา โดยอินโดนีเซียซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับสี่ของโลก มีศักยภาพอีกมากที่ห้างสรรพสินค้าจะเข้ามาเปิดสาขาที่นี่
นายมหินทรา เซียร์กรา หัวหน้าแผนกลงทุนของอินโดนีเซีย กล่าวว่า ชนชั้นกลางที่เพิ่มจำนวนขึ้นดึงดูดให้ห้างค้าปลีกและบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค หลั่งไหลเข้ามายังอินโดนีเซียที่มีเศรษฐกิจใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แทนที่ทรัพยากรธรรมชาติอย่างในอดีต แม้แต่อิเกีย บริษัทค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่สุดของโลก ก็มีแผนเปิดสาขาในอินโดนีเซียในปีนี้เช่นกัน
นายซุกมองการเติบโตของชนชั้นกลางว่า สำหรับอุตสาหกรรมแล้ว นี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่เนื่องจากอินโดนีเซียมีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมาก
รายงานประจำปี 2556 ของบริษัทที่ปรึกษา "บอสตัน คอนซัลติง กรุ๊ป" ระบุว่า ภายในปี 2563 จำนวนชนชั้นกลางและผู้มีรายได้สูงชาวอินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า เป็น 141 ล้านคนจาก 74 ล้านคนในปี 2555
ยอดขายค้าปลีกประจำเดือนเมษายน สำรวจโดยธนาคารกลางอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 27.8% จากปีก่อน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นเป็น 116.9 จาก 113.9 ในเดือนเมษายน ชาวอินโดนีเซียเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในหกเดือนข้างหน้ามากขึ้น ขณะที่ค่าจ้างขั้นต่ำในกรุงจาการ์ตาเพิ่มขึ้น 11% ในปีนี้ จากที่เคยขึ้นมาถึง 44% เมื่อปีก่อน
นายซุกเห็นว่า การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะเพิ่มการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมค้าปลีก ทั้งยังช่วยเพิ่มความต้องการขึ้นทีละน้อย อย่างไรก็ตาม ลอตเต้ซึ่งมีสาขาในจีน และรัสเซียต้องแข่งขันกับห้างหรูที่มีอยู่แล้วในกรุงจาการ์ตา อาทิ พลาซ่าอินโดนีเซีย, เสนายัน ซิตี้ และแปซิฟิก เพลส ห้างล็อตเตทุกสาขาจึงต้องพยายามสร้างความแตกต่าง โดยผสมผสานแฟชั่นกับศิลปะและวัฒนธรรม ที่เรียกว่า "กระแสเกาหลี"
สำหรับปัญหาสำคัญสำหรับห้างสรรพสินค้านั้น ผู้บริหารลอตเต้อินโดนีเซีย กล่าวว่า อยู่ที่การจราจรติดขัด และจำเป็นต้องปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะในเมือง ที่ทำให้ประชาชนเดินทางมาห้างง่ายขึ้น ช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง การจราจรติดขัดอย่างแสนสาหัสบนท้องถนนของอินโดนีเซีย กลับทำให้ตลาดเล็ก ๆ เติบโต ข้อมูลจากบริษัทวิจัยเนลเซน ชี้ว่า ยอดขายร้านชำพุ่งขึ้นเกือบห้าเท่าเป็น 24.8% ช่วงสิบปีที่ผ่านมาถึงปี 2555
ส่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 กรกฎาคม นายซุกมองว่า ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล นายโจโก วิโดโดมีนโยบายผ่อนคลายการออกใบอนุญาตทำธุรกิจ ขณะที่นายปราโบโว สุเบียนโต ต้องการสร้างงานอีกสองล้านตำแหน่งในปีนี้ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต 9-10% เพื่อสร้างรายได้ ขณะที่จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ผู้บริหารล็อตเตอินโดนีเซีย สรุปว่า นโยบายของคู่ชิงประธานาธิบดีทั้งสองคนล้วนดีด้วยกันทั้งคู่









