ราคาหุ้นยังมีแนวโน้มแย่กว่ากลุ่ม
Delisted หุ้นจากสิงคโปร์มาไทย
DTAC แจ้งการเพิกถอนหุ้น DTAC_S ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์โดยสมัครใจ เนื่องจากจำนวนหุ้นมีเพียง 7 ล้านหุ้น (0.3% ของจำนวนหุ้นชำระแล้ว) ทำให้ปริมาณการซื้อขายหุ้นในตลาดสิงคโปร์ค่อนข้างน้อย โดยมีกำหนดเพิกถอนจากตลาดสิงคโปร์วันที่ 29 ก.ย (ซื้อขายวันที่ 16 ก.ย.เป็นวันสุดท้าย) จากนั้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลัก ทรัพย์ไทยผ่านกระดานต่างประเทศ (DTAC-F) เราประเมินการเพิกถอนหุ้นจากตลาดสิงคโปร์มีผลต่อการลดค่าใช้จ่ายเล็กน้อยราวปีละ 1-2 ล้านบาท และเพิ่มสภาพคล่องไม่มาก (Free Float)
สัดส่วนถือหุ้นต่างชาติไม่ใช่เรื่องใหม่
กสทช. จะตรวจสอบการถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทสื่อสารเข้มงวดขึ้น หากพบรายใดไม่เป็นไปตามกฎหมายจะตัดสิทธิเข้าร่วมประมูลคลื่นฯ โดย DTAC ถูกจับตามากสุดจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท ไทยเทลโค โฮลดิ้งส์ (ผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ถือหุ้น 22%) ขณะที่เทเลนอร์ถือหุ้นทางตรงและอ้อมเต็มเกณฑ์ 49% เรามองว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ต่อ DTAC อีกทั้ง กสทช. เคยตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้น DTAC ผ่านบริษัทลูก (DTN) ที่เข้าประมูลคลื่น 2100 MHz แล้ว มองเป็นเพียงปัจจัยลบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้นทำให้มีแนวโน้มเหวี่ยงตัว
คาดกำไรสุทธิ 2Q57 หดตัว QoQ
เราคาดว่า DTAC จะมีกำไรสุทธิ 2Q57 ที่ 3,128 ล้านบาท ลดลง 5% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 6% YoY โดยกำไรลดลง QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่ายเพิ่มกว่ารายได้ จากค่าใช้จ่ายการตลาดกระตุ้นการใช้งาน 3G และเปิดตัว 4G เราคาดว่าลูกค้า TriNet จะเพิ่มเป็น 18 ล้านราย ขณะที่รายได้ Voice ยังลดลงต่อ ส่วนรายได้ Non voice มีอัตราการเติบโตชะลอตัวจากฐานสูงและค่าบริการต่ำลง นอกจากนี้การอุดหนุนลูกค้าเปลี่ยนมาใช้เครื่อง 3G จะทำให้ Gross margin จากการขายเครื่องโทรศัพท์ติดลบราว 1% ใกล้เคียง 1Q57 อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายสัมปทานลดลงเหลือราว 23% ของรายได้ชดเชยค่าใช้จ่ายขยายโครงข่ายและค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น ทำให้ EBITDA margin ดีขึ้น YoY และ QoQ เป็น 36.6% เราคาดว่า DTAC จะจ่ายเงินปันผลงวด 2Q57 หุ้นละ 1.35 บาท (อัตราจ่ายเงินปันผล 103%) ให้ผลตอบแทนเงินปันผล 1%
มีประเด็นกดดันราคาหุ้น..ยังไม่ใช่จังหวะลงทุนที่ดี
ราคาหุ้น DTAC ปรับลง 5% ติดต่อกัน 2 วัน (10-11 มิ.ย) มากสุดเมื่อเทียบกับราคาหุ้นบริษัทสื่อสารที่ศึกษา เรามองว่ามีสาเหตุจากความกังวลต่อศักยภาพการแข่งขันของ DTAC เมื่อเทียบกับคู่แข่ง นอกจากนี้ใน 1H57 รายได้รวมมีแนวโน้มลดลง 7% YoY ทำให้ผู้บริหารมีโอกาสปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้ลงจาก 3-5% YoY ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงต่อประมาณการของเราคาดว่ารายได้เพิ่มขึ้น 4.6% YoY อีกทั้งราคาหุ้นยังมี Downside 5% จากมูลค่าเหมาะสม
Investment Case
ดำเนินธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบความถี่ 2100 เมกะเฮรตซ์ ภายใต้ใบอนุญาตจาก กสทช. รวมทั้งระบบ 800 เมกะเฮรตซ์ ตั้งแต่ปี 2534 และระบบความถี่ 1800 เมกะเฮรตซ์ ภายใต้สัญญาร่วมการงานกับ กสท. ประเภทสัญญา BTO ระยะเวลา 27 ปี สิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย.2561






