วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market focus_100657

มีโอกาสแกว่งตัว ถ้าปิดไม่ตํ่ากว่า 1,440 จุด ยังคงเป้า 1,470 จุด แรงซื้อต่างชาติเป็นตัวชี้วัด

SET View

ประเด็นหลัก เรามอง SET วันนี้จะแกว่งตัวในกรอบแคบหลังถูกกดดันจากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มรับเหมาและกลุ่มพลังงาน จากการที่ คสช. ได้ทบทวนโครงการบริหารจัดการนํ้ามูลค่า 3.5 แสนล้านบาทบางส่วน และ ยังไม่ได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจนหลังแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ขณะที่ยังคงมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มธนาคารและกลุ่มท่องเที่ยวได้ช่วยพยุงดัชนี อย่างไรก็ตามเรายังคงมองว่าตลาดหุ้นไทยจะยังคงมีปัจจัยบวกจากทิศทางการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติ โดยวานนี้นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 6 อีก 131 ล้านบาท และมีการกลับมาซื้อสุทธิใน SET50 Index Futures ครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่ 1,732 สัญญา สะท้อนทิศทาง Fund flow ที่ยังไหลเข้าต่อเนื่อง ทำให้เรามองความเสี่ยงจากการขายของนักลงทุนต่างชาติมีจำกัดในช่วงนี้ ตราบใดที่ SET ยังถอยตัวลงไปปิดไม่ตํ่ากว่า 1,440 จุด เรายังมองว่ามีโอกาสที่ SET จะขึ้นไปแกว่งตัวในระยะสัปดาห์มีโอกาสปรับขึ้นไปที่ 1,470 จุด

เราแนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้น กลุ่มรับเหมา และ กลุ่มพลังงาน เนื่องจากราคาได้ปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากจากความคาดหวังของการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของทางภาครัฐ ทำให้มีความเสี่ยงหากมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนรายละเอียดโครงการเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาแผนการปรับโครงสร้างพลังงานของ คสช. เช่น การยกเลิกกองทุนนํ้ามัน ที่คาดว่าจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างและมีความชัดเจนมากขึ้นในระยะ 1-2 วัน ในส่วนของปัจจัยระยะสั้นต่างประเทศที่ต้องติดตามในช่วงสัปดาห์นี้ คือ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ค.ของจีน ยอดค้าปลีกของสหรัฐ และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในยูโรโซน

กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนลงทุนแบบ Selective Buy ในหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาด โดยหุ้นที่แนะนำ ได้แก่ BBL KBANK AOT MINT INTUCH SAMART CPALL GLOBAL CPF TUF SPALI AP สำหรับหุ้นที่จะมีประเด็นติดตามและอาจมีผลต่อราคาหุ้นในตลาดวันนี้ ได้แก่ RS กรณีรอคำตัดสินของศาลปกครอง และ TRUE กรณีการประกาศเพิ่มทุนแบบ PP ให้กับ China Mobile และให้ผู้ถือหุ้นเดิม ที่ราคาหุ้นละ 6.45 บาท ซึ่งตํ่ากว่าราคาในกระดาน

Stock Picks

JAS (+) ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้น JAS ยังปรับขึ้นมาน้อยกว่า TRUE แม้ว่าจะมีความกังวลต่อการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) ล่าช้าจากกำหนดกลางปีนี้ แต่เรามองเป็นเพียงผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้นและไม่กระทบปัจจัยพื้นฐาน เนื่องจากเรายังไม่รวมผลของ IFF ในประมาณการ เราคาดว่าผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติปีนี้จะมีกำไร 3,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY และคงสมมติฐานการประเมิน IFF มูลค่า 6-7 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีมูลค่าต่อหุ้นเพิ่มราว 0.90 บาท แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 11.20 บาท

KBANK (+) ในเชิงพื้นฐานเราประเมินว่าการดำเนินโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและควบคุมการเติบโตไม่ให้ ทำให้ KBANK มีความเสี่ยงจากคุณภาพสินทรัพย์ที่จำกัด นอกจากนี้ KBANK ยังมีความโดดเด่นจากความสามารถในการทำกำไรบนระดับ ROE ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของธนาคารขนาดใหญ่ด้วยกัน อีกทั้งยังมีสัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยต่อรายได้รวมสูง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากสินเชื่อที่ชะลอตัวลงได้ แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 215.00 บาท

Technical Plays

SET เมื่อวันก่อนปิดเป็นแนวโน้มพักตัว 2 วันทางขาขึ้น คาดว่าจะแกว่งตัวต่อในกรอบ 1455-1470 จุด ถ้าดัชนียังแกว่งตัวเหนือ 1445 จุด ยังมีนํ้าหนักแกว่งตัวทางขาขึ้นอยู่ มีแนวต้านแรก 1475 จุด (กรณีตํ่ากว่า 1445 จุดจึงจะเป็นสัญญาณขาลง)

CENTEL

ราคาปิดเป็นแนวโน้มทางขาขึ้นหลังจากพักตัว 3 วัน มีวอลุ่มเด่น 7 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านได้