วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คตร.ได้ฤกษ์ตรวจสอบใช้งบจัดการน้ำ-เท็บเลต

คตร.ตั้ง4อนุกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ให้อำนาจการตรวจสอบเบิกจ่ายงบฯรสก. เริ่ม2โครงการเร่งด่วนบริหารจัดการน้ำ และแท็บเลต

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.)ที่มีพล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบกเป็นประธาน ได้ประชุมร่วมกันเพื่อหารือถึงกรอบการทำงานของ คตร. โดยมีการกำหนดกรอบจริยธรรมในการทำงาน ได้แก่ ให้ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม มีความรับผิดชอบ สุจริตโปร่งใสตรวจสอบได้

นอกจากนี้ คตร.ได้มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาทำงาน 4 คณะประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการด้านแผนงานงบประมาณ ทำหน้าที่วิเคราะห์ความเหมาะสมของแผนงานและโครงการ 2.คณะอนุกรรมการด้านการจัดซื้อจัดจ้าง เบิกจ่าย 3.คณะอนุกรรมการด้านการเงินการบัญชี และ 4.คณะอนุกรรมการตรวจสอบพิเศษ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานพิเศษที่จะเข้าไปเจาะตรวจสอบโครงการและการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ รวมทั้งให้อำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐวิสาหกิจต่างๆด้วย

"อนุกรรมการด้านตรวจพิเศษ ของ คตร.เปรียบเสมือนหน่วยจู่โจมพิเศษ เพราะหากถ้ามีโครงการไหนที่มีความน่าสงสัย อนุกรรมการดังกล่าวจะเข้าตรวจสอบเป็นพิเศษทันที และหากประชาชนมีเบาะแส เคลือบแคลงสงสัยในเรื่องของความโปร่งใสของโครงการต่างๆที่กำลังดำเนินการอยู่ในปี 57 สามารถติดต่อแจ้งเบาะแสได้ที่ได้ที่คตร.เบอร์โทรศัพท์ 02-297-7880 หรือ02-280-2468" ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าว

สำหรับโครงสร้างของคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุดจะประกอบไปด้วย ตัวแทนจากกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)และผู้แทนฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแผนงานซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่ส่งผลต่อประชาชนในวงกว้าง ที่ยังไม่มีความชัดเจน ประชาชนมีความสนใจและสงสัยในการดำเนินโครงการ โดยโครงการเร่งด่วน 2 โครงการที่คณะอนุกรรมการจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลภายในเดือน มิ.ย.นี้ได้แก่ โครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงการแจกคอมพิวเตอร์พกพา(แท็บเล็ต)ให้เด็กนักเรียน โดยคตร.จะประชุมในวันที่ 11 มิ.ย.นี้เพื่อสรุปโครงการต่างๆที่เป็นโครงการขนาดใหญ่และประชาชนมีความเคลือบแคลงสงสัยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะที่โครงการที่ไม่มีปัญหาจะนำเข้าที่ประชุมคสช.ซึ่งทำหน้าที่เหมือนคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่10 มิ.ย.นี้เพื่ออนุมัติโครงการ ซึ่งต่อไปจะมีการประชุมอนุมัติโครงการกันทุกวันอังคารของสัปดาห์

"อนุกรรมการฯจะพิจารณาว่าแผนงานโครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและมีความเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่มีความเหมาะสม ไม่มีประโยชน์ก็จะยกเลิก หรือปรับเปลี่ยนโครงการ โดยส่วนหนึ่งจะนำผลที่ทางสตง.เคยประเมินบางโครงการไว้มาใช้ด้วย เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการพิจารณามากยิ่งขึ้น"ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าว