ริทซ์-คาร์ลตันขยายธุรกิจโรงแรมในจีน มั่นใจความต้องการโรงแรมหรูยังมากพอ ต้านทานมาตรการห้ามข้าราชการใช้ของแพงของรัฐบาลจีนได้
ริทซ์-คาร์ลตัน แบรนด์โรงแรมชั้นนำเจ้าของโรงแรมแมริออต อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ ออกแถลงการณ์แสดงความมั่นใจว่า ความต้องการโรงแรมหรูหราในจีนมากพอที่จะต้านทานภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจและมาตรการห้ามให้ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐบาลใช้ของราคาแพง
นายวิคเตอร์ คลาเวลล์ รองประธานฝ่ายเครือข่ายโรงแรมประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ของริทซ์-คาร์ลตัน กล่าวว่า ประมาณ 10-15%ของโรงแรมหรูสร้างใหม่จำนวน 200 แห่งที่กลุ่มแมริออตวางแผนจะสร้างเพิ่มในภูมิภาคนี้ จะเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์ริทซ์-คาร์ลตัน และปัจจุบัน ริทซ์-คาร์ลตัน มีโรงแรม 10 แห่งในจีนและอีก 20 แห่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ผู้บริหารเครือโรงแรมดังของโลก มองว่า ในตลาดโรงแรมจีน ยังมีความต้องการโรงแรมแบรนด์หรูอย่างมาก และแน่นอนว่ามีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่การเติบโตของธุรกิจโรงแรมหรูจะไปเร็วกว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ที่ถือเป็นชาติเศรษฐกิจใหญ่สุดอันดับ 2 ของโลก ชะลอตัวมากที่สุด ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่รัฐบาลปักกิ่ง ห้ามเจ้าหน้าที่ใช้จ่ายเงินงบประมาณไปกับการจัดเลี้ยงหรูหราทั้งอาหารและที่พัก ซึ่งนายคลาเวลล์ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมาก ที่จะประเมินว่ามาตรการดังกล่าวของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมมากน้อยแค่ไหน
โรงแรมส่วนใหญ่ในจีน จะมีภัตตาคารจีนสไตล์จัดเลี้ยงที่มักจะถูกใช้เป็นที่ประชุม หรือจัดงานวิวาห์ที่ดึงดูดคนในท้องถิ่นเข้ามาร่วมงาน และการที่รัฐบาลออกกฎห้ามดังกล่าวอาจส่งผลให้รายได้ด้านอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมหลายแห่งหดหายไป และในจีนมีโรงแรมระดับ 5 ดาวในสัดส่วน6%ของโรงแรมโดยรวม
การห้ามเจ้าหน้าที่ ใช้จ่ายงบฟุ่มเฟือยของรัฐบาลปักกิ่ง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรมอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงการสร้างรายได้ของไดอาจิโอ ผู้ผลิตเครื่องดื่มประเภทมีแอลกอฮอล์ของอังกฤษด้วย ล่าสุด บริษัท หันมาเปิดตัวเว็บไซต์จำหน่ายวิสกี้ ผลิตจากมอลท์ และสุราไอริชในจีน ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะกระตุ้นรายได้ หลังจากยอดขายบริษัทลดลง เพราะมาตรการประหยัดและป้องกันการคอร์รัปชันของทางการจีน









