ซื้อ ราคาเหมาะสม 17.30 บาท
ราคาหุ้นยังถูกหากเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรในอนาคต
การเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท พัฒนาพลังงานลม จำกัด (WED) ครบ 100% จะทำให้ GUNKUL มีกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มขึ้น 17.6% จากเดิม 102 MW เป็น 120 MW และเมื่อรวมกับโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์และGas Engine ที่มีอยู่เดิมจะทำให้ GUNKUL มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 197 MW ซึ่งคาดว่าส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคตเพราะธุรกิจโรงไฟฟ้ามีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่แน่นอนจึงทำให้รายได้และกำไรในอนาคตเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยเราประเมินกำไรปกติในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ยที่ 31% (CAGR) ดังนั้นราคาหุ้นที่ซื้อขายในปัจจุบันจึงถือว่าไม่แพงเพราะคิดเป็น PEG แล้วยังตํ่ากว่า 1 เท่า เราจึงแนะนำ “ซื้อ”โดยมีราคาเป้าหมายปี 57 ที่ 17.30 บาท
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
ซื้อหุ้น WED เพิ่มอีก 30% หนุนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเพิ่มขึ้น 17.6% : GUNKUL ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท พัฒนาพลังงานลม จำกัด (WED) จาก บริษัท อิมแพค เอนเนอยี่ เอเชีย ลิมิเต็ด (IEA) จำนวน 31.56 ล้านหุ้น มูลค่า 373.7 ล้าน บาท ส่งผลให้ปัจจุบัน GUNKUL มีสัดส่วนการถือหุ้นใน WED เพิ่มขึ้นจากเดิม 70% เป็น 100% โดย WED มีสัญญาจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมให้กับหน่วยงานของการไฟฟ้าทั้งหมด 60 MW แบ่งเป็น สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ EGAT จำนวน 50 MW และสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ PEA จำนวน 10 MW โดยการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้จะทำให้ GUNKUL มีกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มขึ้นอีก 17.6% จากเดิม 102 MW เป็น 120 MW
บันทึกกำไรจากโครงการ Gas Engine ในพม่าช่วยพยุงกำไรในไตรมาส 2 : เรามองผลประกอบการ 2Q57 มีแนวโน้มลดลง QoQ แต่ถือเป็นปกติเพราะเป็น Low seasons ของธุรกิจ อย่างไรก็ตามเราคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q57 จะลดลงไม่มากเนื่องจากบริษัทจะมีรายได้และกำไรจากโครงการ Gas Engine ในพม่าเข้ามาชดเชย โดยโครงการนี้เป็นโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบมีขนาดกำลังการผลิต 50 MW แบ่งเป็น 2 เฟส เฟสละ 25 MW โดยเฟสแรกทำการก่อสร้างและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับรัฐบาลพม่าไปแล้ว แต่ในส่วนของบัญชียังไม่สามารถรับรู้รายได้และกำไรเข้ามาในงบของ GUNKUL ได้เนื่องจากยังติดปัญหาในเรื่องของกฎระเบียบ อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าปัญหาดังกล่าวน่าจะแก้ไขได้ทันใน 2Q57 จึงทำให้รายได้และกำไรที่ค้างรับจำนวน 8 เดือนในช่วงก่อนหน้าจะเข้ามารับรู้ใน 2Q57
ปีนี้คาดกำไรปกติจะเติบโต 142% yoy : ในปีนี้เรามองว่า GUNKUL จะมีกำไรปกติเติบโตอย่างโดดเด่น เห็นได้จาก 1Q57 ซึ่งมีกำไรปกติแล้ว 200 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 490%yoy และคิดเป็น 33%ของคาดการณ์ทั้งปี ส่วนแนวโน้มในไตรมาสที่ 2,3 และ 4 มีจะมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับ 1Q57 แต่คาดว่าจะลดลงไม่มาก เนื่องจากไตรมาส 2 จะมีรายได้จากโครงการ Gas Engine ในพม่าเข้ามาชดเชย ส่วนไตรมาส 3 และ 4 จะได้แรงหนุนจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐหนุนธุรกิจการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น โดยเบื้องต้นเราคาดรายได้ในปีนี้ประมาณ 3,083 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 51%yoy และคาดกำไรปกติประมาณ 610 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 142%yoy
คาดกำไรปกติในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ย 31% (CAGR) :เราประเมินกำไรปกติในช่วง 3 ปีข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ยที่ 31% (CAGR) โดยมีแรงหนุนสำคัญมาจากการทยอยรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่มีอยู่กว่า 197 MW แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิตรวม 27MW รับรู้รายได้เต็มปีในปีนี้ โรงไฟฟ้า Gas Engine Phase 1 ในพม่ากำลังการผลิต 25 MW เริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/57 ส่วนปี 58 โรงไฟฟ้า Gas Engine Phase 2 ในพม่ากำลังการผลิต 25 MW เริ่มผลิตในช่วงครึ่งปีแรก และโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 60 MW Phase 1 จะเริ่มผลิตในช่วงไตรมาส4/58 และปี 59 โรงไฟฟ้าพลังงานลม Phase 2 กำลังการผลิต 60 MW จะเริ่มผลิตในช่วงไตรมาส 4/59 และปี 60 จะเป็นปีที่ GUNKUL รับรู้รายได้และกำไรจากโรงไฟฟ้าทุกโครงการเต็มปี
แนะนำ “ซื้อ”โดยมีราคาเป้าหมายปี 57 ที่ 17.30 บาท : เราประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี P/E Ratio อิง Prospective P/E ที่ 25 เท่าจะได้ราคาเหมาะสมปี 57 ที่ 17.30 บาท แม้จะเป็นระดับ P/E ที่สูงแต่ถือว่ายังไม่แพงหากเทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้าที่ 33% ซึ่งคิดเป็น PEG ที่ตํ่ากว่า 1 เท่าหรือมี PEG ที่ 0.86 เท่า









