วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝ่ามรสุมศก.ยูโอบีบริหารกองทุนT11

กองทุนเปิด ไทย ทริกเกอร์ 10% (T11) เป็นกองทุนหุ้นไทยที่มีผลตอบแทนเป้าหมาย ได้เสนอขายครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2557

นางสาวณัชชา สุนทรธาราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ กล่าวว่า “ตอกย้ำความเชี่ยวชาญการลงทุนเชิงรุกในหุ้นไทยของ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) สามารถสร้างผลตอบแทนของ กองทุนเปิด T11 ที่ 5% ได้ท่ามกลางปัจจัยกดดันของความไม่แน่นอนสถานการณ์การเมือง และในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเล็งเห็นโอกาสการลงทุนที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่คลี่คลายและมีความชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจะเป็นแรงสนับสนุนการบริหารกองทุนให้สร้างผลตอบแทนเป้าหมายอีก 5% ที่เหลือ”

กองทุนเปิด T11 ได้เข้าลงทุนหุ้นไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่าน ในขณะนั้น บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) มีมุมมองบวกต่อการลงทุนหุ้นไทยระยะกลางถึงยาว ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี ที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ทำให้ยังเป็นโอกาสในการลงทุนอยู่ แม้ว่ายังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ จึงมั่นใจว่าเป็นระดับที่สามารถเข้าลงทุนได้ และด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การลงทุนเชิงรุกในกองทุนหุ้นไทยประเภทมีผลตอบแทนเป้าหมาย คัดเลือกหุ้นโดยพิจารณาจากหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีราคาที่เหมาะสม และปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุนตามความเหมาะสมของภาวะตลาดจึงส่งผลให้กองทุนได้รับผลตอบแทนเป็นไปตามเป้าหมายแรกที่อัตรา 5% ในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน

ตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะได้รับปัจจัยสนับสนุนการลงทุนจากสถานการณ์การเมืองที่มีความชัดเจน เพื่อกลับเข้าสู่การเลือกตั้งอีกครั้ง ในขณะที่ปัญหาเรื่องการจ่ายเงินจำนำข้าวที่ได้รับการแก้ไข ปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มเติมคือนโยบายด้านเศรษฐกิจ รวมไปถึงงบประมาณการลงทุนจากภาครัฐในปี 2557-2558 โดยเบื้องต้นเน้นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยและอัตราการขยายตัวของกำไรของบริษัทจดทะเบียน โดยคาดการณ์การเติบโตของผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-15% และ SET Index น่าจะมีโอกาสปรับตัวสู่ระดับ 1,450-1,500 จุดในปี 2557 นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อการบริหารกองทุนเปิด T11 เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนเป้าหมายอีก 5%

นางสาวณัชชา สุนทรธาราวงศ์ กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า “ความสำเร็จที่ผ่านมา นับว่าเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ถึงแนวทางการลงทุนเชิงรุกของ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย มากไปกว่านั้นความเชี่ยวชาญดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมกองทุนรวมที่สามารถสร้างความมั่งคั่งจากการลงทุนได้ในทุกสภาวะตลาด”