รัฐประหารฉุดธุรกิจสื่อโฆษณาและโรงภาพยนตร์
ประเด็นข่าว
- การเข้าควบคุมอำนาจการปกครองประเทศโดยการรัฐประหารมีผลต่อดัชนีราคากลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในประเทศ โดยการทำรัฐประหารครั้งล่าสุดในปี 2549 พบว่าดัชนีราคาหุ้นกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ (Media) ปรับลงในสัปดาห์แรก 8.6% มากกว่า SET ที่ลดลง 1.4%
ผลกระทบและความเห็น
- งดออกอากาศฟรีทีวีและวิทยุทุกช่อง ในช่วงที่อยู่คณะรักษาความมั่นคงควบคุมสถานการณ์การเมือง โดยการให้ฟรีทีวี 6 ช่องและวิทยุทุกช่อง งดออกอากาศตั้งแต่เวลา 17.00 น.ของวันที่ 22 พ.ค. และยังไม่มีกำหนดว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด เราคาดว่าเม็ดเงินโฆษณาสื่อโทรทัศน์และวิทยุจะลดลงไปประมาณวันละ 200 ล้านบาท ซึ่งหากการออกอากาศกลับมาเป็นปกติได้ภายใน 1 สัปดาห์ เราประเมินเม็ดเงินโฆษณาใน 2Q57 จะเพียงแค่ทรงตัวจากไตรมาสแรกทั้งๆที่เป็นช่วงไฮซีซั่น และจะลดลง 13 – 15% YoY
- โรงภาพยนตร์ฉายรอบสุดท้าย 19.00 น. เรามองว่า MAJOR ค่อนข้างได้รับผลกระทบมากที่สุดในกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ เนื่องจากต้องปิดโรงภาพยนตร์ก่อนเวลาปกติ ซึ่งเรามองว่าจะกระทบต่อรายได้ขายตั๋วชมภาพยนตร์และขายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งคิดเป็น 65% ของรายได้รวม โดยสัดส่วนกว่า 60 – 70% มาจากช่วงภาพยนตร์ใหม่เข้าฉายในวันพฤหัสบดี และ ช่วงสุดสัปดาห์ หรือคิดเป็น 40% ของรายได้รวม นอกจากนี้ในช่วงปลายเดือน พ.ค. และต้นเดือน มิ.ย. มีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศจะเข้าฉาย ได้แก่ Godzilla, X-Men และ นเรศวร 5 ดังนั้น การขายตั๋วอาจจะต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทได้
- สื่ออื่นๆได้รับผลกระทบด้วย การปิดห้างสรรพสินค้าก่อนเวลาปกติจาก 22.00 น. เป็น 20.00 น.รวมถึงการให้บริการรถไฟฟ้า BTS และ MRT เราประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจสื่อโฆษณา Transit, In Store และ Cinema จากเวลาการออกอากาศสื่อโฆษณาจอดิจิทัลที่ลดลงซึ่งจะกระทบกับผู้ให้บริการสื่อในพื้นที่ดังกล่าวอย่าง VGI และ MAJOR
คำแนะนำและเหตุผล
- คงน้ำหนักการลงทุน “Underweight” เราประเมินว่าหุ้นที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ MAJOR เนื่องจากกระทบทั้งรายได้จากการขายตั๋วหนังซึ่งเป็นรายได้หลักและรายได้จากสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ที่มีอัตราการทำกำไรสูง รองลงมาจะเป็นผู้ให้บริการสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวีและทีวีดาวเทียม อย่าง BEC, MCOT, RS, WORK, GRAMMY, NBC และ LIVE และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเคอร์ฟิวทำให้เวลาในการให้บริการลดลง คือ VGI ทั้งนี้ ความรุนแรงของผลกระทบขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการควบคุมสถานการณ์ของ คสช. แต่อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติเราคาดว่าจะทำให้บรรยกาศของตลาดสื่อโฆษณาดีขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจบลง









