วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

VGI - ขาย

แนวโน้มฟื้นตัวแต่ราคาแพง

พร้อมรุกขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาผลักดันการเติบโต

นอกจากจะเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในสื่อ Transit และ In Store แล้ว VGI ยังตั้งเป้าหมายธุรกิจที่จะเจาะตลาดสื่อ Outdoor และหวังที่จะขึ้นเป็นผู้นำตลาดสื่อนอกบ้าน (Out of Home Media) ด้วยส่วนแบ่งตลาด 50% โดยช่วงต้นปี 2557 มีการลงทุนใน MACO สัดส่วน 24% มูลค่าการลงทุน 661 ล้านบาท อีกทั้งยังร่วมเป็นพันธมิตรกับสายการบินไทยแอร์เอเชียในการขายสื่อโฆษณาบนเครื่องบิน เรามองว่า VGI ยังมีความพร้อมทางการเงินจากวงเงินกู้ธนาคารอีกเกือบ 2 พันล้านบาท และยังไม่รวมกับเงินทุนหากมีการแปลงสภาพ Warrant อีก 1.2 หมื่นล้านบาท

ปรับลดประมาณการและมูลค่าเหมาะสม

เราจึงปรับลดประมาณกำไรสุทธิปี 2558F (เม.ย.57-มี.ค.58) ลงเป็น 3.5 พันล้านบาท หลังจากที่ VGI มีกำไรงวด 4Q57 (ม.ค.-มี.ค.57) ตํ่ากว่าที่เราคาด โดยเราปรับลดประมาณการรายได้ค่าโฆษณาลงจากเดิม 6% แต่ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (MACO) เข้ามาช่วยหนุน และปรับลดมูลค่าเหมาะสมลง 7% เหลือ 9.90 บาท (P/E 25 เท่า) ทั้งนี้ เรายังไม่รวมความเสี่ยงจาก Dilution Effected จาก VGI-W1 เนื่องจากการกำหนดราคาแปลงสภาพ Warrant ที่ 14 บาท สูงกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก

คาดกำไร 1Q58F ฟื้นตัวตามฤดูกาล

ผลประกอบการงวด 1Q58F (เม.ย.-มิ.ย.57) มีแนวโน้มฟื้นตัวตามฤดูกาลที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา ผู้บริหารเปิดเผยว่ารายได้ค่าโฆษณารวม เดือน เม.ย. 57 เพิ่มขึ้น 10% จากค่าเฉลี่ยรายเดือนของงวด 4Q57 (ม.ค.-มี.ค.57) และสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีความผ่อนคลายมากขึ้นหลังประกาศกฎอัยการศึก เราจึงคาดว่าบริษัทจะมีรายได้เพิ่มและกำไรเพิ่มขึ้น 15% และ 32% QoQ เป็น 736 ล้านบาท และ 255 ล้านบาท ตามลำดับ (แต่ยังตํ่ากว่าเมื่อเทียบ YoY) ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงาน 2H57 บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลจำนวน 13 สตางค์ต่อหุ้น และแจกวอรร์แรนต์ฟรีให้ผู้ถือหุ้นในอัตรา 4 หุ้นเดิมต่อ 1 วอรร์แรนต์ (อัตราใช้สิทธิ 1:1 @ 14 บาท อายุ 4 ปี) โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD และ XW ในวันที่ 9 ก.ค. 57

หุ้นถูกเก็งกำไรบนความคาดหวังการเครือข่ายสื่อโฆษณา

แม้เรามองว่าหุ้น VGI จะมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของผลประกอบการ และโอกาสการเติบโตในอนาคตจากการขยายเครือข่ายสื่อโฆษณา อย่างไรก็ตาม เรามองว่า ณ ระดับราคาปัจจุบันคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2558-59F ที่ 29 เท่าและ 25 เท่า ตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ได้สะท้อนความคาดหวังดังกล่าวแล้ว ในขณะที่โครงการลงทุน ยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน เราจึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”