วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประกาศกฎอัยการศึก

ระยะสั้น แนะนำ หุ้นกลุ่ม High Dividend Yield กลุ่มส่งออก-ได้ประโยชน์จากบาทอ่อนค่า

Market Outlook

คาดดัชนีฯ อ่อนตัวลง แนวรับ 1400/1380 จุด หลังการประกาศกฎอัยการศึกเช้านี้ ส่งผลนักลงทุนต่างชาติอาจลดพอร์ตระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว สื่อโฆษณา ทั้งนี้ การเมืองอาจมีทางออกในแนวทางของ ส.ว. หรือเลือกตั้งใหม่ แนะนำเก็งกำไร โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1380 จุด แนะนำหุ้นปันผลสูง กลุ่มส่งออก กลุ่มที่มีรายได้แน่นอน (รพ. พาณิชย์ อาหาร)

เราคงแนะนำเก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว โดยมีจุดขายตัดขาดทุนที่ 1380 จุด แนะนำ หุ้นกลุ่ม High Dividend Yield (BTS INTUCH ADVANC BECL) กลุ่มส่งออก-ได้ประโยชน์จากบาทอ่อนค่า (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ KCE DELTA HANA เกษตรส่งออก CPF GFPT) รวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล พาณิชย์ อาหาร - เป็นกลุ่มที่ปรับขึ้นสูงสุดในช่วง 3 เดือนหลังเกิดการทำรัฐประหารปี 49 (BH CPALL) และขายระยะสั้นกลุ่มท่องเที่ยว (โรงแรม สายการบิน) กลุ่มมีเดีย และหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ (สถาบันการเงิน) เนื่องจากความไม่แน่นอนต่อเหตุการณ์รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นหลังจาก การประกาศกฎอัยการศึก เช้าวันนี้ ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามคือ ปัญหาการเมืองจะคลี่คลายไปในทางใด โดยอาจออกมาในแนวทางของ ส.ว. (มีนายกฯ รักษาการคนใหม่) หรือ เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งใหม่ (ตามแนวทางเดิมของรัฐบาล)

- ประเด็นเศรษฐกิจ: 1Q57F GDP แย่กว่าคาดการณ์ จาก Domestic Demand ที่แย่กว่าคาด KTZ ปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจปีนี้เป็น 2% จากเดิม 2.7% ส่วนประมาณการเป้าหมายดัชนีตลาดฯ ปีนี้ คาดอยู่ในกรอบ 1314-1440 จุด อิง PER 5 ปี+0.5 SD (14.4x) และกรณีที่ดีที่สุดอยู่ที่ 1556 จุด อิง PER 5 ปี +1SD.(15.5x) หากการเมืองสามารถคลี่คลายได้ภายใน 3Q57F

- ประเด็นการเมือง: เราพบว่า ตลาดหุ้นไทยหลังสิ้นสุดรัฐประหารครั้งล่าสุดเมื่อ 19 ก.ย. 49 ปรับสูงขึ้น +2.61% และ +15.55% ในช่วง 1 เดือนและ 12 เดือนตามลำดับ โดยกลุ่มที่ขึ้นสูงสุดใน 1 เดือนแรก คือ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ พาณิชย์ และธนาคาร ส่วนกลุ่มที่ขึ้นสูงสุดในช่วง 1 ปี ได้แก่ กลุ่ม ปิโตรเคมี พลังงาน Health Care พาณิชย์ อาหาร

- ประเด็นต่างประเทศ: ธนาคารกลางโลกส่วนใหญ่ คงนโยบายผ่อนคลายทาง+การเงิน (Extra Loosen Monetary Policy) ช่วยหนุนกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ไหลกลับเข้ามาตลาดหุ้นเกิดใหม่ (เป็นบวกต่อ ตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้นเกิดใหม่เอเชีย หลังทิศทางค่าเงินสกุลเอเชียไม่อ่อนค่ามากเทียบดอลล์สหรัฐฯ และ Attractive Valuation ของบจ.) จับตา รายงานผลประชุมเฟดที่ผ่านมา ผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางจีน (จีนเพิ่งประกาศอัดฉีดสภาพคล่อง4.4หมื่นล้านหยวนเข้าสู่ระบบสัปดาห์ก่อนจากดูดออก 6 หมื่นล้านหยวน) ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป

ในทางตรงกันข้าม ดัชนีฯอาจปรับตัวลดลงไปที่ระดับ 1380/1350 จุดหากหลายปัจจัยดังกล่าวออกมาในเชิงลบและแย่กว่าคาดการณ์ โดยเฉพาะความเสี่ยงการเมืองที่อาจเกิดเหตุความรุนแรง