ระยะสั้นหรือในระหว่างวันอาจมีแรงขายออกมา(ในลักษณะPanic) โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่
วันจันทร์ตลาดหุ้นไทยปิดบวก ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,410.63 จุด เพิ่มขึ้น 5.37 จุด เปลี่ยนแปลง +0.38% มูลค่าการซื้อขายถึง 24,431 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 544 ล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็กฯ คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 1,363- 1,410 การประกาศกฏอัยการศึก ส่งผลให้มีโอกาสที่จะเกิดแรงขายระยะสั้นออกมา หากไม่มีความรุนแรง(คล้ายคลึงกับเมื่อเหตุการณ์ 19 ก.ย. 2549) ซึ่งเป็นจังหวะของนักลงทุนระยะกลางในการเข้าซื้อเมื่อปรับตัวลงแรง ตามลำดับแนวรับ หรือจะเข้าซื้อเก็งกำไร ในขณะที่ SET50 ระดับดัชนียืนเหนือSMAทุกเส้น(ที่เริ่มเรียงตัวในภาวะBullish)บริเวณ 951-948 เป็นสัญญาณบวก การปรับตัวลงแรงมีแนวรับ 950 / 942 เป็นแนวรับหลัก GFM14 เก็งกำไรในกรอบ 20,030-20,260 GFQ14 เก็งกำไรในกรอบ 20,100-20,330
กลยุทธ์ สถานการณ์การเมืองยังคงเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ระยะสั้นหรือในระหว่างวันอาจมีแรงขายออกมา(ในลักษณะPanic) โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ และช่วงเปิดตลาดภาคบ่าย นักลงทุนต่างชาติอาจมีการปรับลดการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ การปรับตัวลงแรงควรหาจังหวะในการเข้าซื้อหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง กลุ่มธนาคาร KBANKลงแรงซื้อ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มพลังงาน PTT PTTEP PTTGC โดยมีสมมติฐานเหตุการณ์ไม่ยืดเยื้อและคาดว่าจะได้รัฐบาลใหม่เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ ระยะกลาง ถือ และซื้อเพิ่มเมื่อปรับตัวลงแรง แนวรับ 1391 / 1,387









