วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แสนสิริทุ่ม2.5พันล.ผุดโปรเจ็กต์ยักษ์เขาใหญ่

"แสนสิริ"บุกพัฒนาโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์ และโรงแรมบนทำเลเขาใหญ่ทุ่มงบกว่า 2,500 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ "23 องศา เอสเตท"

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2557 บริษัทวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจโดยการสร้างไลน์ผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายและเติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตให้แก่ลูกค้าของแสนสิริ จึงได้เดินหน้าพัฒนาโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์และโรงแรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าคอนโดมิเนียม รวมทั้งยังนับเป็นอีกหนึ่งการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการในลักษณะการเช่าพักอาศัยที่จะสามารถสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องในระยะยาวให้กับแสนสิริได้อีกทางหนึ่ง

ล่าสุดบริษัทได้ทุ่มงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท พัฒนาโครงการ “23 องศา เอสเตท” เป็นโครงการแรกในทำเลเขาใหญ่ บนพื้นที่ 45 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนผ่านศึก-กุดคล้า จ.นครราชสีมา เป็นถนนสายที่มุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ ภายในโครงการประกอบด้วยคอนโดมิเนียมจำนวน 2 การโครง, วิลล่าตากอากาศจำนวน 1 โครงการ และโรงแรมอีก 1 โครงการ

สำหรับคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ประกอบด้วย 23 องศาคอนโด มูลค่าการลงทุน 800 ล้านบาท เนื้อที่โครงการ 12 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียม 4 ชั้น 7 อาคาร จำนวนทั้งสิ้น 161 ยูนิต ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมโครงการแรกที่เปิดตัว ขณะนี้ได้รับการตอบรับที่ดี มียอดจอง 100% ตั้งแต่วันแรกที่เปิดการขาย เนื่องจากมีทำเลและการออกแบบที่ลูกค้าประทับใจ มีความเป็นส่วนตัวให้ทุกยูนิตสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ตามมาตรฐานของแสนสิริแล้ว ราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท ขณะนี้โครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว อยู่ระหว่างการทำสัญญาโอนให้กับลูกค้า

คอนโดมิเนียมโครงการที่ 2 ภายใต้ชื่อ “The Valley” (เดอะ วัลลีย์) มูลค่าการลงทุน 1,200 ล้านบาท เนื้อที่โครงการประมาณ 7 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียม สูง 5 ชั้น 2 อาคาร และสูง 7 ชั้น อีก 1 อาคาร จำนวนทั้งสิ้น 236 ยูนิต เป็นคอนโดมิเนียมนิยามใหม่ที่ตอบรับทุกองศาของการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ กลิ่นอายอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นเดียวกัน โดยปัจจุบันมียอดขายไปแล้วถึง 60% ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.4 ล้านบาท ขณะนี้ก่อสร้างโครงการเสร็จแล้วประมาณ50%

ส่วนโครงการที่ 3 คือ โครงการ 23 องศา วิลล่า มูลค่าการลงทุน 200 ล้านบาท พื้นที่ ประมาณ 10 ไร่ เป็นบ้านพักตากอากาศ ที่เน้นการตกแต่งแบบเรียบง่าย แต่หรูหราเป็นส่วนตัว มีเพียง 9 หลังเท่านั้น ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ปัจจุบันเหลือขายเพียง 1 หลัง ราคาเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาท

และโครงการสุดท้ายของ “23 องศา เอสเตท” คือ โรงแรมภายใต้ชื่อ “เอสเคป เขาใหญ่ , แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น” มูลค่าโครงการ 300 ล้านบาท ประกอบไปด้วยห้องพักแบบดีลักซ์ จำนวน 48 ห้อง, ห้องพักในแบบ SunkenHeated Pool Villa อีก 6 ห้อง และเอสเคป พูล วิลล่า ขนาด 117 ตร.ม. อีก 1 หลัง 3 ห้องนอน ภายใต้ 4 ธีม ให้เลือกพักผ่อน ได้แก่Wood, Earth, Floral และ Forest ซึ่งได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าจากกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ราคาห้องพักคืนละ 4,500-6,500 บาท

"การเปิดให้บริการ "เอสเคป เขาใหญ่, แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชั่น" นับเป็นการเปิดตัวโรงแรมภายใต้ เอสเคป, แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชัน แห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการ ภายหลังจากที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากการเปิดให้บริการเอสเคป หัวหิน , แสนสิริ โฮเทล คอลเลคชันในช่วงปลายปี 2556 ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่สนใจเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มสัมมนา บริษัทคาดว่ากลางปีหน้าจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการ ซึ่งขณะนี้ได้เปิดให้บริการในส่วนของโรงแรมไปแล้ว"

นายอุทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า "23 องศา เอสเตท" เป็นโครงการที่ 2 ที่เข้ามาบุกที่จังหวัดนครราชสีมา จับกลุ่มนักท่องเที่ยง และคนกรุงเทพฯ ซึ่งโครงการแรกคือ โครงการเดอะ เบส ไฮท์ - โคราช รวมมูลค่าการลงทุนทั้ง 2 โครงการ 5,000 ล้านบาท ซึ่งตนมองว่าโคราชเป็นเมืองประตูสู่ภาคอีสาน การแข่งขันตลาดคอนโดยังไม่สูงมาก แต่ด้วยปัจจัยทางการเมืองไม่แน่นอนทำให้ลูกค้าเป็นไข้ใจ ยังไม่ตัดสินใจซื้อ โคราชมีศักยภาพแต่ยังสู้ขอนแก่นไม่ได้ เพราะขอนแก่นประชากรกระจุกตัวอยู่ในเขตเมือง แต่โคราชประชากรอยู่แบบกระจายตัวกว้างมาก จึงเป็นอีกปัจจัยลบที่ตลาดโคราช แต่ทั้งนี้เดอะเบส ไฮท์ - โคราช มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท จำนวน 1,134 ยูนิต เสนอขายราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท

"หลังเปิดการขายโครงการในช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ปรากฎว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดขายไปแล้ว35%ขณะที่บริษัทยังได้เดินหน้าพัฒนาโครงการ อย่างต่อเนื่อง เพื่อพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าตามแผนการดำเนินงานในต้นปี 2560 ต่อไป ซึ่งทั้ง 2 โครงการในโคราชมีผลประกอบการที่รอการขายอยู่ที่ 2,800 ล้านบาท"