แม็คโครรายงานกำไรไตรมาสแรกปีนี้กำไรเพิ่มขึ้น 26% เหตุยอดขายเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสาขาและอัตรากำไรขยายตัว ขณะที่ควบคุมต้นทุนดีขึ้น
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่าบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) รายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส1/2557 อยู่ที่ 1.27 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3%จากงวดไตรมาส 4 /2556
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทแม็คโคร ประกาศกำไรสุทธิ สูงกว่าที่เราคาดไว้ 9% ด้วยการเปิด 2 สาขาในไตรมาส และอัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิม (SSSG) คาดอยู่ที่ประมาณ 4% ซึ่งบริษัทรายงานยอดขาย 35,218 ล้านบาท ทรงตัวจากงวดไตรมาส 4 ปีก่อนแต่เพิ่มขึ้น 13% จากงวดเดียวกันปีก่อน ฝ่ายวิจัยมองว่าปัจจัยด้านฤดูกาลเป็นผลให้ลดลงงวดไตรมาส 4/2556 ทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ
ในทางตรงกันข้าม อัตราการเติบโตยอดขายและกำไรสุทธิมาจากการเปิดสาขาใหม่, อัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิม และการขยายอัตรากำไร แม้ว่าแผนการขยายสาขาจะรุกมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรดีขึ้น ยอดขายที่สูงขึ้น การรับรู้ยอดขายสินค้าในแบรนด์ของตนเองมากยิ่งขึ้น เนื่องมาจากการมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าอาชีพมากยิ่งขึ้น เช่น HoReCa และการควบคุมต้นทุนที่ดี ส่งผลให้อัตรากำไรดีขึ้นทั้งงวดไตรมาส 4/2556 และงวดไตรมาส 1/2556
"ผลประกอบการที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งได้สะท้อนในราคาหุ้น โดยผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ คิดเป็น 24% ของประมาณการทั้งปีของฝ่ายวิจัย ที่คาดว่าในปีนี้บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 5,257 ล้านบาท เทียบกับในอดีตที่ไตรมาส 1 คิดเป็น 20-25% จึงยังคงแนะนำขาย จากการขาดสภาพคล่องและมีแนวโน้มที่ราคาจะลดลง"
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ เติบโตจากงวดปีก่อนและลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4/2556 ซึ่งเป็นไปตามคาด ฝ่ายวิจัยมองว่ากำไรสุทธิเติบโตเป็นผลจากยอดขายรวมเพิ่มเป็น 3.46 หมื่นล้านเพิ่มขึ้น 13%จากปีก่อน โดยจากการเพิ่ม 7 สาขาระหว่างปี โดยในไตรมาส 1/2557 เปิด 2 แห่ง ได้แก่ Cash&carry สาขา จ.บึงกาฬ และฟู้ดเซอร์วิสสาขาเกาะพะงัน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวเป็น 8.9% เทียบกับ 8.5% ในไตรมาส 1/2556 จากส่วนผสมผลิตภัณฑ์กลุ่ม HoReCa ที่ให้มาร์จินสูง การควบคุมค่าใช้จ่ายการขายและบริหารดีขึ้น ทำให้อัตราค่าใช้จ่ายการบริหารเท่ากับ 6.5% ทรงตัวจากงวดเดียวกันปีก่อน
ส่วนสาเหตุที่กำไรสุทธิลดลงจากงวดไตรมาส 4/2556 เนื่องจากยอดขายทรงตัวจากไตรมาสก่อน นับว่าแข็งแกร่งแม้เผชิญภาวะการบริโภคชะลอตัว รายได้อื่นๆ ลดลง 32%จากงวดไตรมาส 4/2556 เป็น 153 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิไตรมาส 1 ของปี 2557 คิดเป็น 23.5% ของประมาณการทั้งปี
ฝ่ายวิจัย คาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2557 จะเติบโตแข็งแกร่งงวดเดียวกันปีก่อน ตามการขยายสาขา อย่างไรก็ดี คาดว่าจะอ่อนตัวจากงวดไตรมาส 1/2557 จากค่าใช้จ่ายเตรียมเปิดสาขาใหม่ที่สูงขึ้น เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 เท่ากับ 5.41 พันล้านบาท เติบโต 26%จากงวดเดียว
"คาดยอดขายรวมปี 2557 เติบโต 16% เป็น 1.48 แสนล้านบาท บนสมมติฐานยอดขายสาขาเดิมขยายตัว 6% ชะลอตัวเมื่อเทียบ 7.8% ในปี2556 เปิดสาขาใหม่ 7 แห่ง และมีอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว ทั้งนี้ จุดเด่นของบริษัทแม็คโครคือการขยายสาขาเชิงรุกมากขึ้นตามเป้าหมายใหม่ที่ถูกกำหนดโดยบริษัทซีพี ออลล์ (CPALL) ปีละ 7-11 สาขา ในปี 2557-2562 เทียบกับในอดีตที่ปีละ 3-4 สาขา ซึ่งมีความเป็นไปได้
ขณะที่การเน้นกลุ่มลูกค้า HoReCa ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย รวมถึงโรงแรมในต่างจังหวัดที่สถานการณ์ธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองจำกัด อีกทั้งสินค้ากลุ่มนี้ยังให้มาร์จินสูง"
ฝ่ายวิจัยระบุว่าผลการดำเนินงานระยะยาวยังเป็นขาขึ้น ผลประกอบการปี 2557-2558 ที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยกว่า 26% ต่อปี และอัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้นสูงถึง 44%และมีแนวโน้ม จากแผนขยายสาขาเชิงรุก และได้ประโยชน์ร่วมกันกับบริษัท ซีพี ออลล์ แม้ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ 29 เท่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลังของหุ้น 3 ปี แต่นับว่าใกล้เต็มมูลค่าเมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐาน รวมทั้งหุ้น MAKRO มีสภาพคล่องต่ำ ฟรีโฟลท 2.12% ภายหลังการเข้าซื้อโดยบริษัทซีพี ออลล์ ในไตรมาส 2/2556
อย่างไรก็ตามคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 3%-4% ต่อปี สูงสุดในกลุ่มฯ จึงเหมาะสำหรับการถือเพื่อลงทุนระยะยาว








