BEC กำไรลดลงเล็กน้อย แต่ MCOT กำไรหดตัวแรง
เม็ดเงินโฆษณาช่อง 3 (BEC) เพิ่ม แต่ช่อง 9 (MCOT) ลด
ความวุ่นวายทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ลากยาวมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วฉุดให้เม็ดเงินโฆษณาสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวี (ระบบอนาล็อก) หดตัวกว่า 7% YoY โดยมีเพียงช่อง 3 (BEC) ที่มีรายได้ค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น (เล็กน้อย) เนื่องจากคอนเทนต์รายการละครและข่าวยังคงได้รับความนิยมสูงจากผู้ชม ขณะที่ช่อง 9 (MCOT) รายได้ค่าโฆษณาหดตัวลง 3% YoY ตามภาวะตลาดโดยรวม (หดตัวน้อยกว่าตลาดรวมเนื่องจากปีที่แล้วฐานต่ำ) เราคาด BEC จะมีกำไรลดลงเล็กน้อย 5% YoY แต่คาดว่า MCOT จะมีกำไรหดตัวแรง 29% YoY เนื่องจากมีสัดส่วนต้นทุนคงที่สูงทำให้กำไรมีความผันผวนมากเมื่อรายได้มีการเปลี่ยนแปลง
BEC กำไรลดลงเล็กน้อย เนื่องจากคอนเทนต์แข็งแรง
ความแข็งแกร่งของคอนเทนต์รายการทีวีของช่อง 3 (BEC) ทำให้เม็ดเงินโฆษณาปรับตัวดีกว่าตลาดและครองส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาอันดับ 1 ต่อเนื่องในช่วง 1Q57 โดยเฉพาะในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. ที่ละครเรื่อง “สามีตีตรา” ออกอากาศทำให้เม็ดเงินโฆษณาพลิกกลับมาเติบโต YoY ผลักดันให้รายได้ค่าโฆษณางวด 1Q57 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน เราคาด BEC จะมีรายได้รวมทรงตัวจากปีก่อนที่ราว 3.8 พันล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไรลดลงเล็กน้อย 5% YoY อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ โดยคาดว่าจะยังไม่เห็นแรงกดดันจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนทีวีดิจิทัลมากนักเนื่องจาก กสท. เพิ่งจากให้ทดลองออกอากาศและออกใบอนุญาตประกอบกิจการในเดือน เม.ย. 57
MCOT กำไรหดตัวแรง เนื่องจากสัดส่วนต้นทุนคงที่สูง
แม้เม็ดเงินโฆษณาช่อง 9 (MCOT) จะหดตัว YoY น้อยกว่าตลาด แต่เป็นเพราะฐานปีที่แล้วต่ำ ขณะที่รายได้จากธุรกิจสื่อวิทยุคาดว่าจะหดตัวตามภาวะตลาดที่หดตัวกว่า 13% YoY และธุรกิจร่วมดำเนินงานคาดว่าจะหดตัวเนื่องจากการโอนย้ายฐานลูกค้าของ true vision (ระบบจานดาวเทียม) ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. 57 เราคาด MCOT จะมีรายได้รวมลดลง 4% YoY อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท แต่คาดว่ากำไรจะหดตัวแรงกว่า 29% YoY เหลือเพียง 268 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนต้นทุนคงที่สูง (อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้อยู่ที่ราว 25% เทียบกับ BEC อยู่ที่เพียง 12%) และฐานรายได้ต่ำทำให้กำไรมีความผันผวนมากเมื่อรายได้มีการเปลี่ยนแปลง
คงคำแนะนำ “ขาย” ทั้ง BEC และ MCOT
แม้เราคาดว่าผลประกอบการของ BEC จะยังแข็งแกร่งและหดตัวน้อยกว่าตลาด แต่อย่างไรก็ตาม เรามองว่าระดับราคาหุ้นที่ยืนแข็งแรงตั้งแต่ต้นปี (+5% Ytd) ได้สะท้อนต่อประเด็นดังกล่าวแล้ว ในขณะที่ BEC มีความเสี่ยงจากเรตติ้งรายการช่อง 3 (Original) ลดลงเนื่องจากการปรับเปลี่ยนเลขช่องของผู้ให้บริการกล่องรับสัญญาณดาวเทียมและแนวโน้มการหดตัวของผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนทีวีดิจิทัล เราจึงคงคำแนะนำ “ขาย” ประเมินมูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 47.30 บาท ส่วน MCOT เรามองว่ามีความเสี่ยงสูงจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากความสามารถในการแข่งขันต่ำ นอกจากนี้ การเป็นบริษัทกึ่งรัฐวิสาหกิจทำให้การดำเนินงานมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เราจึงคงคำแนะนำ “ขาย” ประเมินมูลค่าเหมาะสมเท่ากับ 24.80 บาท และเรายังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม MEDIA ที่ “Underweight” เนื่องจากครึ่งปีหลังมีความเสี่ยงจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนทีวีดิจิทัล







