ปั้น'แลนด์มาร์ค' เซ็นทรัล-เดอะมอลล์ แข่งลงทุน มั่นใจไทยฮับชอปปิงแห่งเอเชีย
ธุรกิจค้าปลีกลงทุนสวนกระแสเศรษฐกิจซบ แข่งปั้น “แลนด์มาร์ค” ดันไทยฮับชอปปิงแห่งเอเชีย “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” เขย่าห้างย่านสุขุมวิท ขนกว่า 200 แบรนด์หรู แม่เหล็กดึงนักช้อปต่างชาติ ดีเดย์ 8 พ.ค. เปิดให้บริการยิ่งใหญ่ ทุ่ม 300 ล้าน ทำการตลาดปีแรก หวังเพิ่มการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวเทียบเท่าฮ่องกง สิงคโปร์ หรือ ญี่ปุ่น ขณะที่ "เดอะมอลล์" จ่อเปิด “เอ็มควอเทียร์” ปลายปี พร้อมเปิดตัว 6 โครงการใหญ่ตัดหน้าพรุ่งนี้
สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว “ไม่กระทบ” ต่อการลงทุนภาคธุรกิจค้าปลีกที่บรรดาผู้ประกอบการยังคงรุกลงทุนขยายเครือข่ายสาขาในอัตราเร่ง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่มูลค่ามากกว่า “หมื่นล้าน” จ่อคิวลงทุนและทยอยเปิดบริการต่อเนื่องในช่วง 5 ปีจากนี้ มีร่วม 10 โครงการ ประเมินเม็ดเงินลงทุนสะพัดไม่ต่ำกว่า “แสนล้านบาท”
โดยเฉพาะเส้น “สุขุมวิท” ถนนสายเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ชอปปิงมอลล์หรูอย่างน้อย 2 โครงการ เตรียมเปิดบริการปีนี้ ได้แก่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ของกลุ่มเดอะมอลล์
“เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” มูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท เรือธงของกลุ่มเซ็นทรัลในการพลิกโฉมหน้าค้าปลีกไทยก้าวสู่ “ลักชัวรี รีเทล” ในสถานะแลนด์มาร์คแห่งเอเชีย เตรียมเปิดบริการอย่างเป็นทางการวันที่ 8 พ.ค. นี้ นับเป็นเวลากว่า 7 ปี หลังจากประมูลที่ดินผืนงามขนาด 9 ไร่ ของสถานทูตอังกฤษ บริเวณถนนเพลินจิตตัดกับถนนวิทยุได้ในปี 2549 ราคา 9.5 แสนบาทต่อตารางวา ทุบสถิติซื้อขายที่ดินแพงที่สุดของกรุงเทพฯ ในขณะนั้น เซ็นทรัลใช้เวลากว่า 4 ปี ในการพัฒนาคอนเซปต์ “Infinite Possibilities : ทุกความเป็นไปได้ จะเกิดขึ้นที่นี่” และใช้เวลาก่อสร้างโครงการอีกกว่า 3 ปี
ปั้นแลนด์มาร์คดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก
นายชาติ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ โครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของกลุ่มเซ็นทรัล คือ การปักธงประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวแบบ “ลักชัวรี ไลฟ์สไตล์” การพัฒนาโครงการจึงมุ่งสร้างสถาปัตยกรรมเชิงสัญลักษณ์ (Iconic Building ) เทียบชั้นมหานครทั่วโลก ที่ล้วนมีงานสถาปัตยกรรมเลื่องชื่อ เป็นแลนด์มาร์คดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกคนให้อยากมาเยือน ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮมน์ บิลเบา แห่งสเปน เบิร์จ อัล อาหรับ ดูไบ มารีนา เบย์ แซนด์ สิงคโปร์ และ 8 สปรูซ สตรีท แห่งนิวยอร์ก เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองที่หากไม่มาชม ก็เหมือนมาไม่ถึง
เซ็นทรัล เอ็มบาสซี สถาปัตยกรรมในสัญลักษณ์ "อินฟินิตี้" เชื่อมโยงกาลเวลา ระหว่างอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ของไทยกับสากล และประสบการณ์ชอปปิง บนพื้นที่โครงการ 1.44 แสนตารางเมตร คาดว่าจะมีลูกค้าหมุนเวียน 5-6 หมื่นคนต่อวัน เป็นชาวต่างชาติจากทั่วโลกถึง 50%
โดยมีแม่เหล็ก 7แบรนด์หรูเปิดตัวในรูปแบบ ไอคอนนิค สโตร์ (Iconic Store) ได้แก่ Bottega Veneta, Chanel, Gucci, Hermes, Miu Miu, Prada, และ Ralph Lauren นำเสนอรูปแบบร้าน Duplex 2 ชั้น โดย Façade ของทั้ง 7 แบรนด์ถูกสร้างจากกระจกโค้งไร้รอยต่อแห่งแรกในโลก นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์หรูกว่า 200 แบรนด์ เปิดตัวร้านในรูปแบบใหม่ล่าสุด รวมถึงโรงแรม 6 ดาว ปาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ เตรียมเปิดบริการเป็นลำดับถัดไป
ทุ่ม300ล้านรุกตลาดหรู
เซ็นทรัล เอ็มบาสซี จัดสรรงบการตลาดกว่า 300 ล้านบาท ในปีแรกนี้ และใช้สำหรับงานเปิดตัววันที่ 8 พ.ค. นี้ กว่า 100 ล้านบาท หลังจากนั้นใช้งบอีก 200 ล้านบาท สร้างสรรค์ “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ซิกเนเจอร์ อีเวนท์ ในรูปแบบงานผสมผสานศิลปะ
“เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นตัวอย่างของการสร้างประสบการณ์ชอปปิงที่ไม่ใช่เรื่องของโปรดักท์ ซึ่งซื้อที่ไหนก็ได้ แต่ทำไม ต้องตื่นเช้า แต่งตัว ขึ้นรถมาที่นี่ นั่นเพราะมีอะไรที่ลูกค้าไม่เคยสัมผัสมาก่อน ไม่ใช่แค่เซ็นทรัล ไม่ใช่แค่ชอปปิงมอลล์”
นายชาติ กล่าวว่า โครงการนี้ยังจะถูกเชื่อมโยงภาครัฐ ที่ควรต้องเข้ามามีบทบาทในการ "ต่อยอด"
"อยากให้รัฐโปรโมทกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางแห่งการชอปปิง อย่างจริงจัง"
ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวไทย กว่า 26 ล้านคน มากินอาหารไทย พักโรงแรมไทย ใช้บริการสปาไทย ขาดอย่างเดียว "ชอปปิง" หากสามารถซื้อสินค้าแบรนด์เนมได้ในราคาเทียบเคียงฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
ยกตัวอย่าง "มาเลเซีย" พยายามโปรโมทและเก็บเกี่ยวโอกาสจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยพัฒนา "จุดขาย" ในด้านต่างๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยว การปรับโครงสร้างภาษีลดลงอย่างต่อเนื่อง เทียบ "ไทย" มีศักยภาพรอบด้าน โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่หลากหลาย ความพร้อมของสินค้าและบริการในธุรกิจทุกแขนงทั้งโรงแรม ร้านค้าปลีก สินค้าแบรนด์เนมที่ทยอยเปิดตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง
ชี้ไทยได้เปรียบ "ฮับชอปปิง"
โดยเฉพาะ "สินค้า" หลากหลายทุกระดับ ตั้งแต่ "ล่าง-กลาง-บน" รูปแบบการค้าที่เปี่ยมเสน่ห์ในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดนัด ตลาดคนเดิน ห้างสรรพสินค้า เอาท์เล็ต ฯลฯ ทั้งขายส่ง ขายปลีก
ขณะที่ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้ผู้คนเดินทางระหว่างเมือง ระหว่างประเทศได้สะดวกขึ้น เป็นกลไกสำคัญของการสร้างโอกาส สานต่อ ต่อยอดธุรกิจ
เป้าหมายระยะยาวของ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี คือ การเพิ่มยอดการใช้จ่ายในแง่ของการชอปปิงให้ทัดเทียมฮ่องกง สิงคโปร์ หรือ ญี่ปุ่น เพิ่มศักยภาพดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หันมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ผลักดันไทยเป็นจุดหมายปลายทางชอปปิงแห่งภูมิภาคเอเชียอย่างจริงจัง
แข่งลงทุนเมกะโปรเจคทั่วกรุง
ไม่ต่างจากเป้าหมายของผู้ค้าปลีกรายอื่นที่ต่างมุ่งพัฒนา “เมกะโปรเจค” รองรับโอกาส และกำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีอำนาจซื้อสูงในปลายปีนี้ บนถนนสุขุมวิท นอกจากนี้จะยังมีการเปิดให้บริการ “ดิ เอ็มควอเทียร์” ของกลุ่มเดอะมอลล์ ตามด้วย “ดิ เอ็มสเฟียร์” ในปี 2559
กลุ่มเดอะมอลล์ วางโรดแมพปั้น "ย่านการค้าสุขุมวิท" เชื่อม ดิ เอ็มโพเรี่ยม เอ็มควอเทียร์ และ เอ็มสเฟียร์ สร้างอาณาจักรชอปปิงหรู 6.5 แสนตารางเมตร
นับถอยหลังรับเออีซี ท่ามกลางโอกาสมหาศาลของ "ไทย" ที่มีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ของทำเลที่ตั้งศูนย์กลางแห่งภูมิภาคเอื้อต่อการค้า การลงทุน โดยเฉพาะ "การท่องเที่ยว" คาดการณ์ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวเยือนไทย จาก 25 ล้านคน จะเพิ่มเป็น 40 ล้านคน ภายใน 5 ปีข้างหน้า
ล่าสุด วันที่ 7 พ.ค. นี้ เดอะมอลล์ จัดเตรียมแถลงข่าวใหญ่ เปิดตัว 6 โครงการ โดย นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด หนึ่งในนั้นคือ โครงการเดอะมอลล์ บางนา ที่จะมาเขย่าวงการค้าปลีกโซนตะวันออก ในระยะ 1-2 ปีจากนี้ เดอะมอลล์ เลือกที่จะแถลงข่าวตัดหน้าการเปิดให้บริการโครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซี อย่างเป็นทางการเพียงวันเดียว
รับโอกาสกำลังซื้อเศรษฐกิจระยะยาว
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น กล่าวว่าแม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะยังชะลอตัว แต่บริษัทยังคงเดินหน้าแผนลงทุนตามปกติเฉลี่ย 1-1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี รองรับโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว ล่าสุดลงทุนศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสท์ วิลล์ ย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท
ปีนี้ ซีพีเอ็น ได้เปิดบริการศูนย์การค้าใหม่ ได้แก่ เซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย และเซ็นทรัล พลาซา ศาลายา ส่วนปี 2558 เปิดให้บริการเซ็นทรัล พลาซา ระยอง เซ็นทรัล เวสท์เกต เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ลงทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ จะเปิดบริการเซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา และ เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสท์ วิลล์
เมืองริมแม่น้ำเดินหน้าตามแผน
แหล่งข่าวจากบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวถึงโครงการลงทุนขนาดใหญ่ มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเจริญนคร ว่า อยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งยังเป็นไปตามแผนเปิดบริการในปี 2558
โครงการดังกล่าวเป็นการร่วมทุนระหว่าง สยามพิวรรธน์ เจ้าของและผู้บริหารสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ ร่วมกับ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร และ บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ในลักษณะของ “เวิลด์คลาส เดสทิเนชั่น” บนที่ดินย่านเจริญนคร ขนาด 40 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของกรุงเทพฯ เทียบชั้นมหานครโลก ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย กำหนดเปิดบริการ ปี 2558








