วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกชี้วอลุ่มซบกดกำไรไตรมาสแรกวูบ

โบรกเกอร์รายใหญ่ “กิมเอ็ง-เอเซียพลัส” เผยกำไรไตรมาสแรกลดลง 76% หลังรายได้ค่าคอมมิชชั่นหดหาย ตลาดซบเซา

นายภูษิต แก้วมงคลศรี กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ 127.8 ล้านบาท ลดลง 411 ล้านบาท หรือ 76.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (ค่าคอมมิชชั่น) ลดลงกว่า 65 % ตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่ลดลงจาก 1.5 หมื่นล้านบาทต่อวัน เหลือ 4.9 พันล้านบาทต่อวัน ซึ่งการลดลงดังกล่าวถือว่าเป็นไปตามภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์โดยรวม

ส่วนรายได้ค่าคอมมิชชั่นจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลดลง 33% เนื่องจากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบริษัทลดลงจาก 1 หมื่นสัญญา เป็น 7.6 พันสัญญา ตามปริมาณการซื้อขายของตลาดรวมที่ลดลงจากระดับ 7.7 หมื่นสัญญาต่อวัน เป็น 5.7 หมื่นสัญญาต่อวัน

เช่นเดียวกับรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จินโลน)ลดลง 20.8% เหลือ 34.5 ล้านบาท เนื่องจากการชะลอตัวของตลาดทุน ส่งผลให้เงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เฉลี่ยในไตรมาสนี้ลดลงเหลือ 9.6 พันล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 1.2 หมื่นล้านบาท

ด้านนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 1 ปี 2557 บริษัทมีกำไรสุทธิ 95.6 ล้านบาท ลดลง 76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจาก รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชั่น) ในไตรมาสที่ 1 ลดลง 62% จากภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวลดลง ทำให้ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันลดลง 53% จาก 5.79 หมื่นล้านบาทต่อวัน เป็น 2.72 หมื่นล้านบาทต่อวัน ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทลดลงด้วย จาก 5.18 พันล้านบาทต่อวัน เหลือ 1.8 พันล้านบาทต่อวัน

นอกจากนี้ค่าธรรมเนียมและบริการ ยังลดลงกว่า 46 % เหลือ 58.53 ล้านบาท ตามการลดลงของรายได้จากการจัดการกองทุน ขณะเดียวกันบริษัทมีกำไรจากการซื้อขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์ 46 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 76 % ตามภาวะตลาด ส่วนดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ 40% เนื่องจากการลดลงของเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์

นักวิเคราะห์จากบล.ยูโอบี เคย์เฮียน เปิดเผยว่า บล.เอเซียพลัส รายงานกำไรไตรมาสแรกของปี ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งลดลงตามภาวะตลาดที่ซบเซา และคาดว่าผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ จะฟื้นตัวจากช่วงไตรมาสแรก เพราะมีงานจากการเป็นที่ปรึกษาในการนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือไอพีโอ ทั้งบริษัท อิชิตัน (ICHI) และบริษัท (SAWAD) อย่างไรก็ตามได้ปรับลดคาการณ์มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพยในปีนี้ลดลงเล็กน้อย

ด้านบล.ฟิลลิป วิเคราะห์ว่า ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา บล.ที่ฝ่ายวิจัยมองว่า มีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) มากที่สุดได้แก่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง โดยอยู่ที่ 10.07% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือน ม.ค. ที่มีสัดส่วนต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2552 แต่ถ้าเปรียบเทียบในด้านมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ต่อวันแล้ว บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 27.68% จากเดือนก่อนหน้า รองลงมาคือ บล.ฟินันเซียไซรัส บล.เคจีไอ และบล.เอเซียพลัส ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 4.71%, 3.88%, 3.61% ตามลำดับ

ส่วนตลาดทีเฟ็กซ์ (TFEX) โบรกที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด คือ บล.เคจีไอ อยู่ที่ 12.29% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ปรับเพิ่มขึ้นในรอบ 5 เดือน รองลงมา คือ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง และ บล.เอเซียพลัส มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 5.84%, และ 2.98% ตามลำดับ