วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บ้านปู: คาดกำไร1Q57 ออกมาสวย

จากโมเมนตัมเชิงบวกของผลการดำเนินงาน 1Q57 และแนวโน้มการเติบโตของกำไรคาดจะเห็นชัดเจนในปี 2558 ด้วยความแข็งแกร่งของกำไร

คาดจะเพิ่มสูงขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนกำไรจากโรงไฟฟ้า รวมทั้งราคาหุ้นที่ปัจจุบันซื้อขายไม่แพงในเชิงมูลค่า โดยซื้อขายที่ 0.9 เท่า PBV ปี 2557 (-1. 5SD) เราจึงคงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

คาดกำไรสุทธิ 1Q57 ออกตัวสวยงามที่ 1.3 พันล้านบาท

เราคาด BANPU จะมีกำไรสุทธิ 1.3 พันล้านบาท ใน 1Q57 (+42% YoY, +103% QoQ) หลักๆ เป็นผลมาจากกำไรปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจถ่านหิน (จากปริมาณการขายถ่านหินอยู่ในระดับสูง และอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง) และส่วนแบ่งกำไรสูงขึ้นจาก BLCP (โดยเฉพาะเทียบ QoQ) รวมทั้งคาดจะมีกำไรจาก coal swap ราว 650 ล้านบาท

หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และกำไรจาก coal swap เราคาดบริษัทมีกำไรปกติ 758 ล้านบาท ใน 1Q57 คิดเป็นการเติบโต 51% YoY (จาก 1Q56 ที่เหมืองถ่านหินออสเตรเลียมีผลการดำเนินงานอ่อนแอมาก จากปริมาณการขายถ่านหินลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำมากจากการย้าย longwall ของเหมือง Mandalong ที่ยาวนานกว่าปกติ) และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย 5.9 เท่า QoQ (จาก 4Q56 ที่ได้รับผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไรของ BLCP ต่ำจากผลกระทบของฤดูกาล และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงจากผลกระทบของฤดูกาล)

ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2557-2558 ลง 9-12%

เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557-2558 ลง 9% เป็น 3.8 พันล้านบาท และ 12% เป็น 4.6 พันล้านบาท ตามลำดับ สะท้อน 1) การปรับลดประมาณการราคาขายเฉลี่ยถ่านหินของเหมืองอินโดนีเซียลง 6% เป็น 70 ดอลลาร์/ตัน ในปี 2557 และลดลง 2% เป็น 73 ดอลลาร์/ตัน ในปี 58 และ 2) การรวมกำไร coal swap จำนวน 650 ล้านบาท เข้ามาในประมาณการ จากประมาณการใหม่ของเรา กำไรปกติจะเติบโตเฉลี่ย 21% ต่อปี ซึ่งจะเห็นพัฒนาการเติบโตดีขึ้นได้ชัดในปี 58 จากแนวโน้มผลการดำเนินงานของธุรกิจถ่านหินคาดจะปรับตัวดีขึ้น (จากราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น สอดคล้องกับ JPU benchmark ที่ 82 ดอลลาร์/ตัน ซึ่งจะเป็นราคาอ้างอิงสำหรับราคาตกลงซื้อขายบนปริมาณการขายถ่านหินที่จะส่งมอบในปี 58) รวมทั้งการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าหงสา (ถือหุ้น 40%) ในปีดังกล่าว ขณะเดียวกันเราปรับราคาเป้าหมายปี 57 ลงเล็กน้อยเป็น 33 บาท (จากเดิม 34)

นับถอยหลังสู่การเริ่มดำเนินการผลิตของโรงไฟฟ้าหงสา

โครงการโรงไฟฟ้าหงสา (ขนาด 1,878 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้า 3 หน่วย กำลังผลิตหน่วยละ 626 เมกะวัตต์) ในประเทศลาว มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างตามแผน โดยหน่วยผลิตแรกจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบใน 2H58 และอีก 2 หน่วย กำหนดผลิตไฟฟ้าเข้าระบบในปี 59 ซึ่งจากการประเมินของเรา คาดว่าเมื่อหน่วยผลิตไฟฟ้าทั้ง 3 หน่วย ดำเนินการผลิตเต็มที่แล้ว จะสร้างกำไรส่วนเพิ่มให้กับ BANPU ราว 70 ล้านดอลลาร์/ต่อปี

คาดกำไรสุทธิ 1Q57 ออกตัวสวยงามที่ 1.3 พันล้านบาท

เราคาด BANPU จะมีกำไรสุทธิ 1.3 พันล้านบาท ใน 1Q57 (+42% YoY, +103% QoQ) หลักๆ เป็นผลมาจากกำไรปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจถ่านหิน (จากปริมาณการขายถ่านหินอยู่ในระดับสูง และอัตรากำไรขั้นต้นแข็งแกร่ง) และส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจาก BLCP (โดยเฉพาะเทียบ QoQ) รวมทั้งคาดจะมีกำไรจาก coal swap ราว 650 ล้านบาท

หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และกำไรจาก coal swap เราคาดบริษัทมีกำไรปกติ 758 ล้านบาท ใน 1Q57 คิดเป็นการเติบโต 51% YoY (จาก 1Q56 ที่เหมืองถ่านหินออสเตรเลียมีผลการดำเนินงานอ่อนแอมาก จากปริมาณการขายถ่านหินลดลง และอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมากจากการย้าย longwall ของเหมือง Mandalong ที่ยาวนานกว่าปกติ) และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย 5.9 เท่า QoQ (จาก 4Q56 ที่ได้รับผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไรของ BLCP ต่ำจากผลกระทบของฤดูกาล และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงจากผลกระทบของฤดูกาล)

ผลการดำเนินงานธุรกิจถ่านหิน 1Q57 อยู่ในเกณฑ์ดี จากปัจจัยบวก 1) คาดปริมาณการขายถ่านหินอยู่ในระดับสูง (7.3 ล้านตัน สำหรับเหมืองถ่านหินอินโดนีเซีย และ 3.7 ล้านตัน จากเหมืองถ่านหินออสเตรเลีย) และ 2) คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นแข็งแกร่ง (ที่ 35% สำหรับเหมืองอินโดนีเซีย จากการควบคุมต้นทุนที่เข้มงวด เพื่อรับมือกับราคาขายเฉลี่ยลดลง และ 30% สำหรับเหมืองออสเตรเลีย) ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคาดที่ 822 ล้านบาท โดยส่วนแบ่งกำไรหลัก ๆ มาจาก BLCP