"บล.ทรีนีตี้" คาดตลาดหุ้น พ.ค.ยังผันผวนตามข่าวการเมือง แนะนำทยอยสะสมช่วง 1,400-1,380 จุด
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเดือนพ.ค. ยังคงผันผวนตามสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะมีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่างในเดือนนี้ที่ต้องจับตาต่อ อาทิ ป.ป.ช. แถลงชี้มูลความผิดนโยบายจำนำข้าว เป็นต้น จึงมองว่าดัชนีฯ 1,400-1,380 จุด เป็นจุดที่ควรซื้อสะสม ส่วนปัจจัยต่างประเทศ อาทิ ธนาคารกลางยุโรปอาจมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับที่ต่ำ จึงอาจมีผลกระทบต่อ Emerging Market
นอกจากนี้ประเมินว่าหากสถานการณ์การเมืองยืดเยื้อ ก็จะทำให้ตลาดหุ้นผันผวนต่อ แต่มองว่าประเทศไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว รวมถึงนักลงทุนมีความเคยชินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงมองว่าดัชนีฯ จะไม่ปรับลงไปมากกว่านี้ ส่วนในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาพบว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งทยอยประกาศออกมา อาทิ กลุ่มแบงก์ ยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้าธุรกิจแบงก์ ส่วนกลุ่มค้าปลีกพบว่าผลประกอบการไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายมากนัก เนื่องจากการบริโภคที่ลดลง
ทั้งนี้ กลุ่มที่จะมีผลประกอบการที่ดี มองว่าจะเป็นกลุ่มที่อิงกับปัจจัยภายนอกประเทศ อาทิ พลังงาน ปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มเดินเรือ ทั้งนี้ ได้ประเมินกลุ่มพลังงานว่าธุรกิจที่เป็นเซคเตอร์ย่อย อาทิ โรงกลั่น อาจได้รับผลกระทบ ซึ่งมองว่าค่าการกลั่นและตลาดที่อ่อนแอทำให้ Stock gain ที่ต่อเนื่องมาจากปีก่อนอาจลดลง ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่อย่างเช่น PTTEP ที่ทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ มองว่าราคาน้ำมันอาจมี Upside จากเรื่องสงครามยูเครนได้
นอกจากนี้ มองว่าธุรกิจพลังงานที่ประกอบกิจการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จะได้รับปัจจัยบวกมากกว่า ส่วนธุรกิจโรงกลั่นมองว่าอาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากราคาน้ำมันปีนี้คงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก
อย่างไรก็ตาม ทรีนีตี้ได้มองการลงทุนภาพรวมจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งคิดว่ามาจากสถานการณ์การเมืองที่จะมีความชัดเจนขึ้น รวมถึงต้องจับตาปัจจัย QE ที่จะหมดไปในช่วงเดือนต.ค. อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยจะได้รับอานิสงส์จาก Fundflow ต่างชาติ ซึ่งหากสถานการณ์ในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น เชื่อว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลเข้าไทยมากกว่านี้
" ทรีนีตี้มองว่าตลาดน่าจะพีคกลับมาในช่วงกลางปี น่าจะได้อานิสงส์จาก Fundflow เป็นหลัก แต่หลังจากนั้นต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจาก QE ที่จะหมดลง แม้ตลาดจะรับข่าวไปแล้วพอสมควร แต่ก็อาจทำให้ตลาดวูบลงมาได้ แต่ไม่มาก"นายณัฐชาต กล่าว









