ปริญสิริ เมินการเมืองร้อน เตรียมเปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 6.5 พันล้านบาท บุกตลาดบ้านแฝด-ทาวน์โฮม-คอนโด จัดงบซื้อที่ดินเพิ่ม 1,000 ลบ.
นายชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย ผู้อำนวยการอาวุโสสำนักกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติจ่ายปันผล 0.02 บาท โดยจ่ายจากกำไรที่ได้รับยกเว้นภาษีจากการได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำหนดจ่ายวันที่ 23 พ.ค.นี้ (งวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.56)
นอกจากนี้ ยังอนุมัติออกหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนการดำเนินธุรกิจ เตรียมพร้อมเปิดโครงการใหม่และการซื้อที่ดินเพื่อทำโครงการ
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่า 6,515 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 1 โครงการมูลค่า 2,400 ล้านบาท บ้านแฝด 1 โครงการ มูลค่า 300 ล้านบาท ทาวน์โฮม 3 โครงการ มูลค่า 1,615 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 1,200 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังเตรียมจัดงบประมาณซื้อที่ดินอีก 1,000 ล้านบาท โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ซื้อที่ดินเพื่อดำเนินโครงการไปแล้ว 1,000 ล้านบาท
นายชัยรัตน์ ยอมรับว่า ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เนื่องจากลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียม ซึ่งเห็นได้จากยอดลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโครงการมีจำนวนลดลง ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การทำการตลาดให้เหมาะสมกับสถานการณ์
"เชื่อว่าหลังสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย คาดว่าจะทำให้ลูกค้าที่จะซื้อบ้านเข้าเยี่ยมชมโครงการเป็นปกติ และสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะดอกเบี้ยในปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับต่ำ หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวที่อัตรา 2% คาดจะส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ จูงใจให้คนที่คิดจะซื้อบ้าน ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น"
ส่วนผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา บริษัทและบริษัทย่อยได้เปิดขายโครงการทั้งสิ้น 26 โครงการ มูลค่ารวม 19,019 ล้านบาท โดยมีมูลค่าที่ขายแล้วรวมประมาณ 13,163 ล้านบาท โดยในปี 2556 มียอดรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 2,399 ล้านบาท
สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 450 ล้านบาทให้กับผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือนักลงทุนรายใหญ่ ในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยจำนวนเงินดังกล่าวจะนำไปใช้ในการดำเนินงานของบริษัท








