ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กร "เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป" ที่ "BBB+" ด้วยแนวโน้ม "บวก" สะท้อน"ชื่อเสียง-สถานะแข็งแกร่ง" ของธุรกิจ
ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้ม “POSITIVE” หรือ "บวก" โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงชื่อเสียงของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการด้านข่าวสารผ่านทางสื่อหลากหลายประเภท ตลอดจนสถานะที่แข็งแกร่งของหนังสือพิมพ์ของบริษัทอันประกอบด้วย หนังสือพิมพ์ "กรุงเทพธุรกิจ" หนังสือพิมพ์ "The Nation" และหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" และความสามารถของคณะผู้บริหาร ในการพิจารณาอันดับเครดิต ยังคำนึงถึงแนวโน้มการเติบโตของบริษัท จากโอกาสในการเข้าสู่ธุรกิจทีวีดิจิทัล
จุดเด่นดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วน จากปัญหาในการดำเนินธุรกิจหนังสือพิมพ์ทั้งการโฆษณา ที่ชะลอตัวและแนวโน้มที่ลดลงของยอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ รวมถึงความเสี่ยง ที่อาจเกิดจากการประกอบธุรกิจทีวีดิจิทัล แนวโน้มอันดับเครดิต "Positive" หรือ "บวก" สะท้อนถึงโอกาสเติบโตของบริษัทที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจทีวีดิจิทัลที่กำลังจะเกิดขึ้น อันดับเครดิตจะได้รับการปรับขึ้น หากบริษัทประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง โดยไม่กระทบต่อฐานะการเงินของบริษัท แนวโน้มอันดับเครดิตมีโอกาสที่จะถูกปรับเป็น "STABLE" หรือ "คงที่" กรณีที่บริษัทมีต้นทุนในการเข้าสู่ธุรกิจทีวีดิจิทัลสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ปี 2556 บริษัทมียอดขายรวม 2,864 ล้านบาท ธุรกิจหลักของบริษัท ได้แก่ ธุรกิจสื่อหนังสือพิมพ์ และธุรกิจสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพ โดยสร้างรายได้ 59% และ 26% ของรายได้รวมของบริษัทในปี 2556 ในขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ช่วยสนับสนุนธุรกิจหลักดังกล่าว
รายได้หลักจากธุรกิจหนังสือพิมพ์มาจากรายได้การขายโฆษณาและยอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์รายวัน 3 ฉบับ คือ "กรุงเทพธุรกิจ" “THE NATION” และ "คม ชัด ลึก" โดยปี 2556 รายได้จากการขายโฆษณาในสื่อหนังสือพิมพ์คิดเป็น 43% ของยอดขายรวมของบริษัท และยอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์คิดเป็น 15% ของยอดขายรวมของบริษัท
สัดส่วนของรายได้จากธุรกิจหนังสือพิมพ์ลดลงต่อเนื่องช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2551 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจหนังสือพิมพ์ 1,958 ล้านบาท หรือคิดเป็น 72% ของยอดขายรวม และในปี 2556 ลดลงเหลือ 1,686 ล้านบาท หรือ 59% ของยอดขายรวม การลดลงดังกล่าวสะท้อนถึงความนิยมในการอ่านหนังสือพิมพ์แบบดั้งเดิมที่ลดลง เทียบกับสื่อโทรทัศน์และสื่อสมัยใหม่อื่นๆ แล้ว จะเห็นได้ว่าโอกาสเติบโตของสื่อหนังสือพิมพ์มีจำกัด ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาวะถดถอยของอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ของโลก ขณะที่ความนิยมใช้อินเทอร์เน็ตและการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ ยังส่งผลลบต่อการเติบโตของธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์รูปแบบเดิม แต่ทริสเรทติ้งคาดว่า บริษัทจะยังคงรักษาความสามารถทางการแข่งขัน ในอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ของไทยไว้ได้
ในทางตรงข้าม รายได้จากธุรกิจสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนรายได้จากดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 15% ของยอดขายรวมในปี 2551 เป็น 26% ในปี 2556 หรือจาก 397 ล้านบาท เป็น 751 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจนี้จึงเป็นที่คาดหวังว่า จะเป็นกลุ่มสำคัญที่จะสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคตให้แก่เนชั่นกรุ๊ป ช่วงปลายปี 2556 บริษัทและบริษัทย่อยชนะการประมูลช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ได้แก่ช่องวาไรตี้ ความคมชัดมาตรฐาน และช่องข่าว
ทริสเรทติ้งคาดว่า การเข้าสู่ธุรกิจฟรีทีวี จะช่วยให้ธุรกิจสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพของบริษัท เติบโตขึ้นอย่างมากจากปัจจุบัน เพราะบริษัทมีโอกาสเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับตลาดทีวีดาวเทียมของบริษัทปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายโฆษณาของฟรีทีวีมีมูลค่าสูงกว่าของทีวีดาวเทียมถึง 7 เท่า และสูงกว่าของหนังสือพิมพ์ 4 เท่า
การแข่งขันจะสูงขึ้น เพราะจะมีจำนวนช่องทีวีเพิ่มเป็น 24 ช่อง รวมทั้งช่องสาธารณะอีก 24 ช่อง ขณะที่ปัจจุบันมีอยู่ 6 ช่อง ทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทสามารถแข่งขันได้ในตลาดฟรีทีวีด้วยแบรนด์ NATION CHANNEL ที่แข็งแกร่งและความสามารถของบริษัทในการผลิตรายการข่าวและสาระความรู้ที่มีคุณภาพ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพ จะช่วยลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจสื่อหนังสือพิมพ์ และลดความเสี่ยงที่เกิดจากภาวะขาลงของอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์









