ทีดีอาร์ไอ คาดเศรษฐกิจปี 2557 ขยายตัวต่ำกว่าคาด 2.5-2.7% กระทบว่างงาน ขยับเพิ่มเป็น 1-1.2% ระบุเด็กจบใหม่ 1.5 แสนคนเสี่ยงตกงาน
การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ ขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 เดือน กำลังส่งผลกระทบต่อภาวะการจ้างงานโดยรวมของประเทศ และมีโอกาสสูงที่อัตราการว่างงานจะปรับเพิ่มขึ้น
นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัย การพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่าปัจจุบันอัตราการว่างงานของประเทศไทย ณ สิ้นปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 0.8% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 0.6% โดยอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2556 หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยขยายตัวเพียง 2.9% ทำให้มีผู้ว่างงานประมาณ 3 แสนคน
"หากเศรษฐกิจของไทยในปี 2557 ขยายตัวได้ต่ำกว่าในปี 2556 ตัวเลขการว่างงานก็จะเพิ่มสูงขึ้น"
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประมาณการจีดีพีในปี 2557 จะขยายตัว 2.7% ลดลงจาก 2.9% ในปี 2556 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสำนักวิจัยอื่น โดยล่าสุดธปท.เตรียมปรับลดประมาณการลงต่ำกว่า 2.7% ในรายงานนโยบายการเงิน ที่จะออกในวันที่ 27 มิ.ย.นี้
นายยงยุทธ ประเมินว่าจีดีพีในปี 2557 จะขยายตัวได้เพียง 2.5 - 2.7% มีความเป็นไปได้สูงที่อัตราการว่างงานของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นจากระดับ 0.8% ในปี 2556 มาเป็นระดับ 1 - 1.2% ในปี 2557 หรือมีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นจากประมาณ 3 แสนคน เป็น 4.5 แสนคน
นายยงยุทธกล่าวว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ไม่เพิ่มขึ้นมีผลโดยตรงต่อการจ้างงานในตำแหน่งใหม่ที่จะลดลง ดังนั้นหากเศรษฐกิจในปี 2557 ไม่ขยายตัวได้มากกว่าปี 2556 ตำแหน่งงานใหม่ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเคยคาดการณ์ว่าจะมีเพิ่มขึ้นประมาณ 4 แสนตำแหน่งต่อปี จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
ดังนั้นสิ่งที่น่ากังวลก็คืออาจจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับการจ้างงานใหม่โดยมีแนวโน้มว่าหากเศรษฐกิจขยายตัวได้น้อยอาจจะมีนักเรียน-นักศึกษาที่จบการศึกษาใหม่ประมาณ 1.5 แสนคนที่ว่างงานในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาจบใหม่ระดับปริญญาตรีประมาณ 5 หมื่นคน และเป็นนักศึกษาวิชาชีพ หรือกลุ่มนักเรียนอาชีวะ ปวช. ปวส.ประมาณ 1 แสนคน
ธปท.ชี้ศก.ไตรมาสแรกชะลอไม่กระทบ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าในเดือนมี.ค. 2557 การจ้างงานรวม ลดลงตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม ขณะที่การจ้างงานในภาคเกษตรกรรมขยายตัว ได้เล็กน้อย ส่งผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นบ้าง จากระยะเดียวกันปีก่อน แต่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.9%
ผู้มีงานทำมีจำนวน 37.9 ล้านคน หดตัว 0.7% จากระยะเดียวกัน ปีก่อน ตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมที่หดตัว 2.1% โดยเป็นการลดลงของการจ้างงาน ในเกือบทุกภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคก่อสร้าง ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อีกทั้งมีการยกเลิกและเลื่อนการลงทุนทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนออกไป ขณะที่การจ้างงานภาคเกษตรกรรมขยายตัว 2.4% ตามความต้องการแรงงานที่เพิ่มขึ้นจากผลผลิตและการขยายพื้นที่เพาะปลูกของยางพาราและปาล์มน้ำมัน
ทั้งนี้ ค่าจ้างเฉลี่ยที่แท้จริงของลูกจ้างทรงตัวจากเดือนก่อน โดยค่าจ้างในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าจ้างนอกภาคเกษตรกรรมลดลงเล็กน้อยแต่ยังอยู่ในระดับสูง
อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ ผู้ว่างงานมีจำนวน 3.4 แสนคน คิดเป็นอัตรา การว่างงาน 0.9% สูงกว่าระยะเดียวกันปีก่อนเล็กน้อย โดยผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยทำงานในภาคบริการและภาคการค้า สำหรับอัตราการว่างงานรอฤดูกาลปรับเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกัน ปีก่อนมาอยู่ที่ 1% ขณะที่อัตราการทำงานต่ำกว่าระดับปรับลดลงมาอยู่ที่ 0.7%
ในไตรมาสที่ 1 ปี 2557 กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางชะลอลงยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการจ้างงาน โดยอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำที่ 0.9%
ชี้ภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น
นายยงยุทธ กล่าวว่าสถานการณ์ความต้องการแรงงานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทยนั้น ปรับตัวดีขึ้น โดยภาคเอกชนจำนวนมากระบุว่านักเรียน-นักศึกษาที่จบการศึกษาใหม่สามารถเข้ามาทดแทนแรงงานที่ขาดแคลนและแรงงานที่ออกนอกระบบงาน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กหรือภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานในการผลิตสูง
อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมบางสาขาที่มีความต้องการแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังขาดแคลนแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นอุตสาหกรรมก็ยังขาดบุคลากรเรื่องช่างยนต์
“ใน 1-2 ปีนี้นักศึกษาจบใหม่ที่มีอัตราการทำงานและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นจำนวนมากคือนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ โดยเฉพาะสาขาวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดธุรกิจทีวีดิจิตอลหลายช่อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือจะมีความต้องการบุคลากรที่มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้ซึ่งสามารถถ่ายทอดความรู้หรือจัดอบรมให้กับนักศึกษาใหม่ได้ เพื่อให้สามารถทำงานได้จริงเร็วที่สุด”นายยงยุทธกล่าว
เดือนมี.ค.ว่างงานเพิ่ม 6.2 หมื่นคน
นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยผลการสำรวจภาวะ การทำงานของประ ชากรเดือนมี.ค. 2557 พบว่าจำนวนผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป 54.72 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 38.61 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 37.90 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.41 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.74 แสนคน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงานหรือผู้ที่ไม่พร้อมทำงาน 16.11 ล้านคน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา เป็นต้น
สำหรับจำนวนผู้มีงานทำ 37.90 ล้านคน ประกอบด้วยผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 12.11 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 25.79 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม 2556 พบว่า จำนวนผู้ทำงาน ในภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 2.8 แสนคน นอกภาคเกษตรกรรมลดลง 5.3 แสนคน โดยลดลงใน สาขาการขายส่ง การขายปลีก การซ่อมยานยนต์ และรถจักรยานยนต์มากที่สุด 2.5 แสนคน รองลงมาเป็นสาขา การผลิต 1.4 แสนคน สาขาการก่อสร้าง 1 แสนคน สาขาการศึกษา 7 หมื่นคน สาขาการบริหารราชการ การป้องกัน ประเทศ และการประกันสังคมภาคบังคับ 6 หมื่นคน
ผู้ว่างงานในเดือนมี.ค. 2557 มีทั้งสิ้น 3.41 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 6.2 หมื่นคน จาก 2.79 แสนคน เป็น 3.41 แสนคน และเมื่อเปรียบเทียบ กับเดือนก.พ. 2557 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 1 หมื่นคน






