วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลิก! ไอเดียดีไซเนอร์ "นิวเจน"

พวกเขาคือดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ชัดเจนในความชอบและความฝัน เชื่อว่านักออกแบบต้องเป็นนักแก้ปัญหา เข้าใจธุรกิจ เติมในสิ่งที่ขาดจนเป็นบุคคลที่"ครบ

กระเป๋าถือจาก “ขนสุนัข” เอาใจคนรักเจ้าตูบ เครื่องประดับแห่งการให้ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอวัยวะของมนุษย์ เซรามิกดูดซับน้ำ นวัตกรรมเก็บกักน้ำมันหอมระเหย สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้อุตสาหกรรมเซรามิก เก้าอี้ไม้ จากภูมิปัญญาสถาปัตยกรรมไทย ไม่ต้องใช้ตะปูตอก แต่ใช้เทคนิคการเข้าไม้ ก่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์สุดชิค!

นี่คือผลงานอันน่าทึ่ง ที่ไม่ได้มาจากดีไซเนอร์มือเก๋าที่ไหน แต่คือผลงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในงาน “ID CLOSE UP 2014” ภายใต้แนวคิด “THE PIXEL OF IDEA” เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา เวทีอวดโฉมผลงานสร้างสรรค์ของเด็กไทย สู่สายตามหาชน

สิ่งที่น่าสนใจไปกว่าผลงานสุดเจ๋ง คือการใช้ทักษะของพวกเขา แก้ปัญหาให้กับอุตสาหกรรมได้

กระเป๋าถือขนสุนัขแบรนด์ “Caninie” ผลงานของ “ศิริอาภรณ์ พงศ์หิรัญรัฐ” นักศึกษาสาขาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เธอเลือกมองสิ่งที่สำคัญไปกว่าการดีไซน์ คือ คิดหาวัสดุที่ “แตกต่าง” และมี “โอกาส” ทางการตลาดมากขึ้น โดยหยิบงานวิจัยการใช้ขนสุนัขมาผลิตเป็นเส้นด้าย ใช้เทคโนโลยีการปั่นด้ายขนสุนัขกับอะคริลิค แล้วนำมาทอสลับกับด้ายคอตตอน จนได้เส้นใยที่นุ่ม ทนทาน ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แล้วใช้ความถนัดด้านการออกแบบ มาดีไซน์กระเป๋าน่าไลค์น่าใช้ สามารถต่อยอดเป็นโอกาสธุรกิจได้

“งานชิ้นนี้เกิดจากความสนใจในวัสดุชนิดใหม่ คือตัวเส้นด้ายขนสุนัข จึงนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถผลิตได้จริงในระดับอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์”

เธอสะท้อนความคิด ในฐานะนักออกแบบ ที่ไม่ได้ใช้พลังสมองไปกับแค่การคิดงานสวยๆ แต่ต้องมองไปถึงความสามารถในการทำตลาดจริงด้วย เธอบอกว่า จะผลิตชิ้นงานใดออกมา ต้องเริ่มจากความสนใจและเห็นคุณค่าในสิ่งนั้น ผลิตภัณฑ์ต้องตอบโจทย์ความต้องการของตลาด จากนั้นต้องทำความเข้าใจกับวัสดุ ดูว่ามีโอกาสผลิตเป็นอุตสาหกรรมจริงได้หรือไม่ และเมื่อเริ่มทำงานแล้ว ก็ต้อง “อิน” กับมัน นั่นคือ ต้องมีความรักและใส่ใจกับงานที่ทำด้วย

ผลงานเครื่องเคลือบดินเผาดูดซับน้ำ ของ “ณัฐพล ศรีอภิวัฒน์” นักศึกษาสาขาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เกิดจากมองเห็นว่าการทำงานเซรามิกส่วนใหญ่ยังเน้นไปที่งานออกแบบรูปทรง แต่สิ่งที่คนรุ่นใหม่อย่างเขาต้องการสะท้อน คือ “จุดขายใหม่ๆ” ที่มาของการมองหาวัตถุดิบซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ จนมาสะดุดใจกับงานวิจัยเซรามิกดูดซับน้ำ ที่สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเก็บกักน้ำมันหอมระเหยได้ จึงนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อง่ายขายคล่อง อย่าง พวงกุญแจ เครื่องประดับเซรามิก ซึ่งมีคุณสมบัติเก็บกลิ่นหอม สร้างโอกาสใหม่ในตลาดเซรามิก

“ณัฐพล” สะท้อนแนวคิดว่า การทำงานของนักออกแบบไม่จำเป็นต้องไปพัฒนานวัตกรรมเอง แต่สามารถไปหาผู้เชี่ยวชาญ หาผู้มีประสบการณ์กว่ามาช่วยได้ ตลอดจนหยิบจับงานวิจัย “บนหิ้ง” มาประยุกต์ใช้ และต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์คูลๆ ได้เช่นกัน สำหรับเขา นักออกแบบ ต้องมีความสามารถในการเชื่อมโยงไปสู่การแก้ปัญหาต่างๆ ได้

“นักออกแบบ ไม่ได้มองแค่ผลิตภัณฑ์ แต่ต้องรู้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นมีอะไรที่แวดล้อมอยู่บ้าง การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ปัญหา เราต้องสามารถเชื่อมโยงได้ว่า ปัญหานั้นเกิดจากอะไร สามารถแก้ไขได้อย่างไร เพื่อออกแบบงานให้สื่อ ตอบโจทย์ และแก้ปัญหาได้จริง ที่สำคัญต้องพัฒนางานต่อไป จะรู้สึกว่าพอไม่ได้ เพราะถ้าพอแล้ว งานของเราก็จะหยุดแค่นั้น ไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้”

ด้วยความสนใจในภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรมของไทย กับการทำบ้านทรงไทยสมัยโบราณที่ไม่มีการตอกตะปู แต่ใช้เทคนิคการเข้าไม้ หรือ wood joinery นำมาสู่ผลงานเก้าอี้ไม้ “Bann Chair” ของ “วงศธร ชัยเชิดชูวงศ์” นักศึกษาสาขาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

เขาสะท้อนความเป็นไทยและสากล ด้วยการเลือกใช้ไม้นอกอย่าง “วอลนัท” ที่ช่วยให้ง่ายต่อการส่งออก เนื่องจากกฎหมายบางประเทศกีดกันไม้บางชนิด ไม้ไทยหลายพันธุ์จึงอาจไม่ผ่านในการนี้ ขณะที่ออกแบบเก้าอี้ให้มีเพียงสามขา เพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานในพื้นที่จำกัด รวมถึงเล็งพัฒนาต่อเป็นเฟอร์นิเจอร์น็อกดาวน์ที่ง่ายต่อการขนส่งอีกด้วย

“อาจารย์สอนเสมอว่า อย่าลืมว่า เราเป็นนักออกแบบก็จริง แต่เป็นคนไทย ฉะนั้นเราอย่าทิ้งความเป็นไทย ถ้ามีโอกาสสามารถหยิบความเป็นไทยกลับมาใช้ได้” เขาสะท้อนความคิดของดีไซเนอร์ที่มีหัวใจเป็นไทยแท้

ขณะที่ “ธเนศ ศรีกฤษณพล” นำเครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจจากอวัยวะ ใช้ชื่อผลงาน “เครื่องประดับแห่งการให้” ย้ำชัดถึงการไม่ต้องใช้เงินซื้อ แต่ใช้การทำความดีซื้อ นั่นคือ “การบริจาคอวัยวะ” เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมาบริจาคอวัยวะกันมากขึ้น สะท้อนหนึ่งบทบาทนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่ใช้ผลงานของพวกเขาตอบแทนสังคมได้

น้องๆ ดีไซเนอร์เลือดใหม่ ต่างมีความฝันอยากมีแบรนด์ของตัวเองในสักวัน สำหรับเพื่อนที่พิชิตฝันนั้นได้แล้ว อย่าง “เจ-พิทยจิต จิยางกูร” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาออกแบบอุตสาหกรรม ภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม เครื่องประดับ นำผลิตภัณฑ์เครื่องประดับสะท้อนแสงสุดจี๊ด แบรนด์ "JEEZE" ที่โดนใจนักท่องราตรี และขายดีในโลกออนไลน์ มาแนะนำตัวในเวทีเดียวกัน

ด้วยราคาที่ไม่แพง คือขายชิ้นละเพียง 79 บาท ดีไซน์ก็เก๋ไก๋เป็นรูปสัตว์ ทั้งแบบทั้งสีสันก็ดูจะเข้าทางคนรุ่นใหม่ที่ชอบ “แสดงตัวตน” ทำให้ผลิตภัณฑ์จากสองมือค่อยๆ ได้รับการตอบรับมากขึ้น

แต่การทำธุรกิจจริง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับนักออกแบบ “มือใหม่” อย่างเขา

“ทำธุรกิจจริง มันยาก โดยเฉพาะการที่ต้องคอยนำเสนองานให้ลูกค้า ไม่ใช่แค่งานออกแบบ แต่ต้องเข้าใจเรื่องการตลาดด้วย ผมใช้วิธีลองเลย พอเริ่มทำ ก็จะรู้ปัญหา ก็ค่อยๆ ปรับตัวเพื่อแก้ปัญหานั้น อย่าง ผมเป็นคนใจดีชอบลดเยอะเกินไป สุดท้ายเข้าตัว หลังๆ มาก็ต้องค่อยๆ ปรับ นี่เป็นบทเรียนที่ผมได้รู้จากการลองทำธุรกิจ”

นอกจากบทเรียนเล่มโต เขายังเห็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น คือไม่เพียงวัยรุ่นเท่านั้น แต่จะพัฒนาเครื่องประดับโดยใช้วัสดุมูลค่าสูงขึ้น เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ รวมถึงโอกาสในการส่งออกด้วย

“ใครที่อยากจะทำธุรกิจ ต้องขยันมาก ไม่ใช่ว่าจะนั่งรอแล้วมีคนเอาเงินมาให้ถึงที่ ไม่มีทาง แต่ต้องหาช่องทางนำเสนอตัวเองให้โลกได้รู้จัก ถึงจะขายของได้ ยิ่งถ้างานมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร ก็จะยิ่งทำให้ขายออกได้เร็วขึ้น และเป็นที่จดจำมากยิ่งขึ้น” เขาสะท้อนความคิด จากการชิมลางในเวทีธุรกิจมาแล้ว

ด้าน “จารุพัชร อาชวะสมิต” อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บอกเราว่า นักออกแบบรุ่นใหม่มีความสามารถ ฉลาด เก่ง และโลกกว้าง ขณะที่นักออกแบบผลิตภัณฑ์ ก็เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น แตกต่างจากช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพียงแต่การจะผลักตัวเอง ให้เป็น “ดาวจรัสแสง” ในหมู่นักออกแบบที่เพิ่มขึ้นได้นั้น เธอย้ำสั้นๆ ว่า “ต้องครบ”

“อาชีพนี้เป็นที่ต้องการก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จ คนที่จะสำเร็จได้ ‘ต้องครบ’ อย่าง ทำโพรดักส์ดี แต่ไม่รู้จะขายอย่างไร มันไม่ครบ บางคนมีผลงานได้รางวัล แต่กลับไม่รู้ว่าลูกค้าจริงๆ คือใคร แบบนี้ก็ไม่ครบ แน่นอนว่ามันยากมากที่จะมีครบในตัวคนๆ เดียว และเรื่องธุรกิจก็มักไม่ใช่ความถนัดของนักออกแบบ ฉะนั้นจึงต้องหา Business Partner มาเติมเต็มในส่วนที่ขาดนี้”

เธอสะท้อนความคิด ของนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่ต้องเก่งในการเชื่อมโยง และทำตัวเองให้ “ครบ” ที่สำคัญต้องไม่ใช่แค่สร้างผลงานตอบโจทย์ผู้ใช้เท่านั้น แต่ต้องเป็นนักแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์โลกและสังคมไปพร้อมกันด้วย

“””””””””””””””””””””””””””””””””

Key to success

ไอเดียแจ้งเกิดนักออกแบบรุ่นใหม่

๐ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม

๐ สร้างจุดขายใหม่ๆ ให้เป็นที่ต้องการของผู้ใช้

๐ เป็นนักแก้ปัญหาที่เชื่อมโยงเป็น

๐ ไม่หยุดพัฒนาผลงาน กล้าลองในสิ่งใหม่ๆ

๐ ทำตัวเองให้ครบ ด้วยการหา Business Partner

๐ พัฒนาผลงานที่ตอบโจทย์ ผู้ใช้ สังคม และโลก

........................