วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขึ้นขาย-แรงซื้อต่างชาติเริ่มเบาบาง

ทยอยขายทำกำไร สำหรับการลงทุนระยะ 2 เดือน

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ อ่อนตัว โดยมีแนวรับที่ 1405/1400 จุด แรงหนุนจากเงินทุนต่างชาติเริ่มเบาบางลง ความเสี่ยงขาลงมีเพิ่มจากระดับดัชนีฯ ที่เหลือ upside จำกัด ปัญหายูเครนยังตึงเครียด

คาดดัชนีฯ วันนี้ อ่อนตัว โดยมีแนวรับที่ 1405/1400 จุด แนวรับหลักซื้อเล่นรีบาวด์อยู่ที่ 1390 จุด (ขายตัดขาดทุน หากหลุด 1380 จุด) กระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทยที่ช่วยหนุนดัชนีฯ ในช่วงก่อนหน้า เริ่มเบาบางลง ขณะที่มีความเสี่ยงจาก Geopolitical risk – ความเสี่ยงของการเกิดสงครามรัสเซียกับชาติตะวันตก Political risk-อาจเกิดเหตุรุนแรงในประเทศ หรือเกิดสุญญากาศการเมืองหลังผลตัดสินศาลรธน ขณะที่ Valuation ของตลาดหุ้นไทย ยังคงอยู่ในระดับแพง (Trailing PER สูงกว่า 16 เท่า) และมีความเสี่ยงถูกลดประมาณการกำไรต่อเนื่อง แนะนำ เก็งกำไรหุ้นที่ประเด็นบวก M MC BJCHI และ TRT GRAMMY BLAND SMPC SYMC PSL ROJNA DEMCO

ประเด็นต่างประเทศ : หุ้นสหรัฐฯ ปิดคละ โดยมีแรงหนุนจากข่าว M&A ของ Pfizer แต่มีแรงขายกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังราคาปรับขึ้นเกินกว่าการเติบโตกำไร (Nasdaq ซื้อขายที่ PER 34 เท่า) ขณะที่รายงานผลประกอบการบจ. สหรัฐฯ ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด ด้านประเด็นยูเครนยังมีความตึงเครียด หลังวานนี้สหรัฐฯ เพิ่มรายชื่อบุคคลสำคัญที่ถูกแซงชั่น อีก 7 ราย และบริษัทอีก 17 แห่ง ที่จะถูกห้ามเดินทางเข้าสหรัฐฯ และมีการระงับทรัพย์สินที่อยู่ในสหรัฐฯ (อย่างไรก็ดี เราคาดว่า โอกาสเกิดสงครามยังมีน้อย เนื่องจากส่งผลเสียต่อทั้งสองฝ่าย) ทั้งนี้ เราคาดกระแสเงินทุนไหลเข้าที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยก่อนหน้านี้ จะเริ่มเบาบางลง หลังรายงาน fund flow ส่งสัญญาณ แรงซื้อกองทุนในตลาดเกิดใหม่ชะลอลง และไทยฟันด์ยังถูกขาย

ประเด็นการเมือง : Rising Risks จับตา 1) วันนี้ ป.ป.ช..พิจารณาถอดถอน 50 ส.ว.. จาก 308 ส.ส.-ส.ว. กรณีแก้ไขมาตรา 68 หรือไม่ 2) พุธ 30 เม.ย. การหารือกำหนดวันเลือกตั้งของกกต. กับ รัฐบาล เบื้องต้น 20 ก.ค. 3) 6 พ.ค. ศาลรธน.นัดไต่ส.ว.นและอาจมีคำพิพากษานายกฯ กรณีโยกย้ายคุณถวิล (ความเสี่ยงของการปะทะกัน การเกิดสุญญกาศเศรษฐกิจ การเกิดรัฐประหาร เพิ่มความเสี่ยงต่อตลาดหุ้นในระยะสั้นโดยเฉพาะการปรับลดเครดิตของ Moodys)

ประเด็นเศรษฐกิจ : ตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่ประกาศออกมาวานนี้ แสดงถึงเศรษฐกิจไทยอ่อนแอกว่าคาด โดยในเดือน มี.ค. ตัวเลขการส่งออกติดลบ 3.12% yoy (การส่งออกไตรมาสแรกติดลบ 1%) ดัชนี MPI ติดลบ10.41% yoy ยอดขายรถยนต์ ติดลบ 46.7% yoy รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ที่ลดลงเหลือ 84.7 ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. ปี 52 (สะท้อน 1Q57F GDP เติบโตลดลง q-q)