หุ้นเกษตรไทยเข้าซื้อขายวันแรกร่วง 3% ราคาต่ำจองเป็นตัวที่ 2 ของปี นักวิเคราะห์ระบุราคาสูงเกินไป-หลังเข้าตลาดต้องปรับโครงสร้างหนี้
บรรยากาศการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรกของบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) วานนี้ (28 เม.ย.) ราคาเปิดการซื้อขายที่ 10 บาท เท่ากับราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอ ระหว่างวันราคาปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 10.10 บาท และปิดการซื้อขายที่ 9.70 บาท ลดลง 3% จากราคาจอง มูลค่าการซื้อขาย 6.89 ล้านบาท
ทั้งนี้ ระหว่างมีรายการซื้อขายในกระดานรายใหญ่ของหลักทรัพย์บริษัท 417.36 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 12.42 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาไอพีโอ คิดเป็นมูลค่า 5,183 ล้านบาท โดยเป็นการดำเนินการของ นางหทัย ศิริวิริยะกุล ซึ่งได้ระบุไว้แล้วว่าจะขายหุ้นสามัญของบริษัท จำนวน 417.36 ล้านหุ้น บนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) ให้กับ คือบริษัท 3 เอส โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งนางหทัย ศิริวิริยะกุลถือหุ้นอยู่ด้วย ขายในสัดส่วน 70%, บริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชัน และบริษัท นิสชิน ชูการ์ จำกัด ในสัดส่วน 30%
ทั้งนี้ เป็นขั้นตอนเข้าทำรายการตามสัญญาลงทุนในหุ้นของบริษัท ระหว่างบริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชัน, บริษัทนิสชิน ชูการ์ จำกัด และนางหทัย ศิริวิริยะกุล เพื่อให้ บริษัท 3 เอส โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้นในบริษัทรวมทั้งหมด จำนวน 972 ล้านหุ้น มูลค่าเงินลงทุนรวมตามสัญญาไม่มากกว่า 2,650 ล้านบาท และหุ้นดังกล่าวที่ซื้อขายบนกระดานรายใหญ่ไม่เป็นหุ้นที่เข้าข่ายการถูกห้ามขายในช่วง Silent Period
นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ราคาซื้อขายหุ้นบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) ต่ำกว่าจอง เพราะราคาไอพีโอที่ 10 บาท จะมีพีอีเรโชที่สูงถึง 30.5 เท่า และมูลค่าตามบัญชี (BV) หลังรวมเงินไอพีโอแล้ว ประมาณ 4.5 บาท หรือคิดเป็นราคาเทียบมูลค่าพื้นฐาน 2.2 เท่า ในขณะที่ปัจจุบันบริษัทน้ำตาลครบุรี (KBS) และบริษัทน้ำตาลขอนแก่น (KSL) ซึ่งดำเนินธุรกิจน้ำตาลเหมือนกัน ซื้อขายที่พีอีเรโช 11.8 เท่า และ 13.8 เท่า และราคาเทียบมูลค่าพื้นฐานที่ 1.7 เท่า และ 1.9 เท่า ตามลำดับ
นอกจากนี้ หลังการไอพีโอหุ้น KTIS มีภาระผูกพันในการออกหุ้นตามสัญญาการปรับโครงสร้างหนี้อีกราว 2.08 พันล้านบาท หรือ 208 ล้านหุ้น ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้นลดลงอีกราว 5% ในอนาคต
ด้านนายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น (KTIS) กล่าวว่า ในปีนี้รายได้รวมจะไม่ต่ำกว่า 2.2-2.3 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ทำได้ 1.85 หมื่นล้านบาท เป็นไปตามภาวะราคาน้ำตาลที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าราคาน้ำตาลเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ที่ 18-19 เซนต์/ปอนด์ จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 15-16 เซนต์/ปอนด์
ปัจจุบันสัดส่วนรายได้รวมของบริษัทฯมาจากธุรกิจน้ำตาล 80% อีก 20% มาจากกลุ่มธุรกิจไบโอซึ่งมีทั้งโรงงานเอทานอลและธุรกิจไฟฟ้า ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไบโอเป็น 40% ภายใน 2-3 ปี เพื่อกระจายความเสี่ยงจากภาวะราคาน้ำตาลที่ผันผวน โดยบริษัทได้เริ่มมีการขยายธุรกิจด้านไบโอแล้ว อาทิ การสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อย การขยายโรงงานเอทานอล เป็นต้น
ในการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินไปลงทุนในการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อยอีก 2 แห่ง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ โครงการผลิตน้ำเชื่อมและโครงการผลิตน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์พิเศษ การสร้างโรงงานปุ๋ยชีวภาพ และส่วนหนึ่งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน






